วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ฉีดน้ำหล่อลื่น/PRP/สเตียรอยด์ ต่างกันยังไง อะไรคุ้ม?”

 

ฉีดน้ำหล่อลื่น/PRP/สเตียรอยด์ ต่างกันยังไง อะไรคุ้ม?”

เรื่องการ "ฉีด" เข้าข้อเข่า เป็นคำถามที่ถามกันเข้ามาเยอะมาก เพราะใจหนึ่งคนไข้ก็อยากหายปวด แต่อีกใจก็กลัวว่าจะเสียเงินฟรี หรือกังวลเรื่องผลข้างเคียง วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึกว่าแต่ละอย่างมันทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร และตัวไหนที่ "คุ้มค่า" สำหรับเข่าของคุณจริงๆ ครับ


เข่าเปรียบเหมือนรถ...ยาฉีดเปรียบเหมือนอะไร?

เพื่อให้เห็นภาพง่ายที่สุด ให้จินตนาการว่าข้อเข่าเราคือ “โช้คอัพรถยนต์” นะครับ

1. สเตียรอยด์ (Steroid) – “ยาดับเพลิง”

ตัวนี้คือพระเอกในเรื่องการลดปวดที่รวดเร็วที่สุดครับ หน้าที่ของมันคือเข้าไป "ดับการอักเสบ" ที่กำลังรุนแรง ถ้าคุณกำลังเข่าบวมแดง ร้อน ปวดจนก้าวขาไม่ออก สเตียรอยด์จะเหมือนพนักงานดับเพลิงที่เข้ามาฉีดน้ำดับไฟทันที อาการจะดีขึ้นใน 1-2 วัน

  • ความคุ้มค่า: ราคาย่อมเยาที่สุด เห็นผลเร็วที่สุดในระยะสั้น
  • ข้อระวัง: ไม่ได้ช่วยซ่อมแซมอะไรเลย แค่ดับปวด และไม่ควรฉีดบ่อยเกินไป (ไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อปี) เพราะอาจทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อเปื่อยยุ่ยเร็วขึ้นถ้าใช้พร่ำเพรื่อ

2. น้ำหล่อลื่นข้อเข่าเทียม (Hyaluronic Acid) – “น้ำมันหล่อลื่น”

พอกระดูกอ่อนเราเริ่มสึก น้ำหล่อเลี้ยงธรรมชาติในเข่าจะเหนียวน้อยลงเหมือนน้ำมันเครื่องเก่าๆ ที่ดำและใสแจ๋ว การฉีดตัวนี้เข้าไปคือการ “เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง” ครับ สารนี้จะมีความหนืด ช่วยลดแรงกระแทก ช่วยให้กระดูกไม่สีกันโดยตรง และช่วยหล่อลื่นให้ขยับเข่าง่ายขึ้น

  • ความคุ้มค่า: เหมาะมากสำหรับคนที่มีอาการ “เข่าขัด” หรือเริ่มเสื่อมระยะกลางๆ ผลอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
  • ความรู้สึก: ไม่ได้หายปวดกริบทันทีเหมือนสเตียรอยด์ แต่จะค่อยๆ รู้สึกว่าเข่า “ลื่น” และเบาขึ้นในสัปดาห์ที่ 2-4

3. สารสกัดจากเกล็ดเลือด (PRP) – “ช่างซ่อมบำรุง”

ตัวนี้ทันสมัยที่สุดครับ เราจะเอาเลือดของคนไข้เองมาปั่นเพื่อแยกเอา “เกล็ดเลือดเข้มข้น” ซึ่งมีสารช่วยการเติบโต (Growth Factors) สูงมาก แล้วฉีดกลับเข้าไปในเข่า หน้าที่ของมันไม่ใช่แค่หล่อลื่น แต่คือการเข้าไป “ซ่อมแซมและฟื้นฟู” เนื้อเยื่อที่อักเสบเรื้อรัง รวมถึงช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์

  • ความคุ้มค่า: แม้ราคาจะสูงที่สุด แต่คุ้มค่าในแง่ของ “การซ่อมแซม” เพราะเป็นเซลล์จากร่างกายเราเอง ไม่มีสารเคมีแปลกปลอม ผลการรักษาอยู่ได้นานกว่า และช่วยลดการอักเสบได้ดีในระยะยาว
  • เหมาะกับใคร: คนที่ไม่อยากใช้สารเคมี หรือเริ่มมีอาการเสื่อมในระยะแรกถึงระยะกลางที่ต้องการชะลอการเสื่อมให้ได้นานที่สุด

แล้วแบบไหนที่เรียกว่า “คุ้ม” สำหรับคุณ?

ความคุ้มค่าไม่ได้วัดที่ "ราคาถูกที่สุด" แต่วัดที่ "ฉีดแล้วตรงจุดและอยู่ได้นานแค่ไหน" ครับ

  • ถ้าคุณมีงบจำกัด และปวดฉับพลันจนทนไม่ไหว: การฉีดสเตียรอยด์เพื่อ “หยุดความปวด” อาจจะคุ้มที่สุดในนาทีนั้น เพื่อให้คุณกลับไปใช้ชีวิตและทำกายภาพต่อได้
  • ถ้าคุณเริ่มรำคาญเสียงกร๊อบแกร๊บ เดินแล้วขัด: การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าคือคำตอบที่ตรงจุดที่สุด เพราะคุณต้องการความลื่น
  • ถ้าคุณอยากเน้นการรักษาที่ต้นเหตุและชะลอเข่าเสื่อมให้นานที่สุด: PRP คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวครับ เพราะมันคือการใช้ธรรมชาติบำบัดตัวเอง

เทคนิคพิเศษ: ฉีดอย่างไรให้แม่นยำ?

สมัยก่อนเราใช้ "มือคลำ" แล้วฉีด ซึ่งอาจจะโดนจุดบ้างไม่โดนบ้าง แต่ปัจจุบันหมอแนะนำการฉีดโดยใช้ “อัลตราซาวด์นำทาง” (Ultrasound Guided Injection) ครับ

วิธีนี้เราจะเห็นภาพหน้าจอไปพร้อมกันว่าปลายเข็มวิ่งเข้าไปในช่องข้อเข่าจริงๆ หรือเข้าตรงจุดที่มีการอักเสบเป๊ะๆ วิธีนี้คุ้มที่สุดครับ เพราะมั่นใจได้ว่ายาที่คุณจ่ายเงินซื้อมานั้น “เข้าเป้า 100%” ไม่เสียของแน่นอน


สรุป ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดสำหรับทุกคนครับ มีแต่วิธีที่ "เหมาะสมที่สุด" กับระยะของโรคและงบประมาณของคุณ การปรึกษาหมอเพื่อประเมินระยะที่แท้จริงก่อนตัดสินใจฉีด จะช่วยให้เงินทุกบาทที่คุณเสียไปคุ้มค่ากับการได้เข่าที่แข็งแรงกลับคืนมาครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ฉีดเข่า #PRPเข่า #น้ำเลี้ยงข้อเข่า #สเตียรอยด์ #ปวดเข่า #เข่าเสื่อม #หมอเก่ง #รักษาเข่าไม่ต้องผ่าตัด #ข้อเข่าอักเสบ #อัลตราซาวด์นำทาง


References

  1. Bennell KL, et al. (2021). Effect of Intra-articular Platelet-Rich Plasma vs Placebo Injection on Pain and Medial Tibial Cartilage Volume in Patients With Knee Osteoarthritis. (วิจัยเปรียบเทียบผลของ PRP กับยาหลอกในการรักษาข้อเข่าเสื่อม)
  2. Miller C, et al. (2023). Hyaluronic Acid Injections for Knee Osteoarthritis: A Meta-Analysis. (บทวิเคราะห์ประสิทธิภาพของน้ำเลี้ยงข้อเข่าเทียมในการลดอาการปวด)
  3. Jevsevar D, et al. (2022). AAOS Clinical Practice Guideline: Management of Osteoarthritis of the Knee. (แนวทางเวชปฏิบัติสากลเกี่ยวกับการใช้ยาฉีดประเภทต่างๆ ในข้อเข่า)
  4. Beitzel K, et al. (2015). The Efficacy of Platelet-Rich Plasma (PRP) in the Management of Knee Osteoarthritis.(สรุปกลไกการทำงานของ Growth Factor ใน PRP ต่อการซ่อมแซมข้อ)
  5. Raeissadat SA, et al. (2020). Comparison between hyaluronic acid and platelet-rich plasma in the treatment of knee osteoarthritis. (งานวิจัยเปรียบเทียบความคุ้มค่าและผลการรักษาระหว่างน้ำเลี้ยงข้อและ PRP)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น