แค่ปวดเข่า…หรือกำลังเป็นข้อเข่าเสื่อม?
เมื่อวานนี้มีคุณน้าท่านหนึ่งเดินกะเผลกเข้ามาหาผมในห้องตรวจ ทันทีที่นั่งลงแกก็ถอนหายใจยาวแล้วบอกว่า "หมอคะ น้าแค่ปวดเข่าธรรมดามาเป็นปี คิดว่ากินยาแก้ปวดก็หาย แต่วันนี้มันไม่ไหวแล้วค่ะ แค่จะลุกจากชักโครกยังร้องโอย แถมตอนนี้เข่าเริ่มดูเบี้ยวๆ ผิดรูปไปด้วย น้าจะกลับมาเดินตรงๆ ได้เหมือนเดิมไหมคะ?"
นี่คือเสียงสะท้อนของ "ความเคยชิน" ที่น่ากลัวครับ หลายคนทนปวดเข่าเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของอายุที่มากขึ้น แต่ความจริงแล้ว อาการปวดนั้นคือเสียงตะโกนจากร่างกายว่า "ผิวกระดูกอ่อนของคุณกำลังจะหมดไปแล้วนะ"
ความจริงที่เข่าอยากบอก (แต่เราไม่ค่อยฟัง)
ถ้าเปรียบข้อเข่าของเราเหมือน "โช้คอัพรถยนต์" ผิวกระดูกอ่อนที่เคลือบปลายกระดูกก็คือ "ยางรองโช้ค" ครับ ในวันที่เรายังหนุ่มสาว ยางนี้จะหนา นุ่ม และลื่น ทำให้เราวิ่งกระโดดได้สบาย
แต่พอใช้งานไปนานๆ บวกกับน้ำหนักตัวที่มากขึ้น หรือเคยประสบอุบัติเหตุ ยางรองนี้จะเริ่มสึกหรอ บางลง จนถึงจุดที่กระดูกแข็งๆ สองท่อนมา "เบียดกัน" โดยไม่มีอะไรกั้น สิ่งที่ตามมาคือความเจ็บปวดและการอักเสบเรื้อรังที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า "ข้อเข่าเสื่อม" ครับ
เช็กสัญญาณอันตราย: คุณอยู่ขั้นไหนแล้ว?
โรคข้อเข่าเสื่อมไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่มันมี "สัญญาณเตือน" ที่เรามักมองข้ามครับ:
- ระยะเริ่มต้น: ปวดเข่าเฉพาะเวลาลุกนั่ง ขึ้นลงบันได หรือเดินนานๆ พอนั่งพักก็หาย
- ระยะเริ่มมีเสียง: เวลาพับเข่าหรือเหยียดขา จะมีเสียง "กรอบแกรบ" ในข้อ เหมือนมีทรายอยู่ในเข่า
- ระยะอักเสบ: เข่าเริ่มบวม แดง หรือมีความร้อนพุ่งออกมาจากข้างใน แม้นอนเฉยๆ ก็ปวด
- ระยะผิดรูป: เข่าเริ่มโก่งออกด้านนอก เดินเป็ด หรือเหยียดขาได้ไม่สุด (เข่าติด)
เมื่อมาหาหมอ เราจะตรวจอะไรบ้าง?
หลายคนกังวลว่าตรวจเข่าจะเจ็บไหม จริงๆ แล้วการตรวจทำได้ง่ายและเข้าใจได้ทันทีครับ:
- การตรวจร่างกาย: หมอจะดูท่าเดิน การงอ-เหยียด และหาจุดที่กดเจ็บที่สุด
- การเอกซเรย์ (X-ray): นี่คือวิธีมาตรฐานที่เห็นชัดที่สุดครับ หมอจะให้ยืนถ่ายภาพเพื่อให้เห็น "ช่องว่างในข้อ" ถ้าช่องว่างนี้แคบลงจนกระดูกชนกัน นั่นคือคำตอบชัดเจนครับ
- MRI หรือ Ultrasound: จะใช้ในกรณีที่หมอสงสัยว่ามี "หมอนรองกระดูกฉีกขาด" หรือ "เส้นเอ็นอักเสบ" ร่วมด้วย เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำขึ้น
แนวทางการรักษา: ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องผ่าตัด!
ผมมักบอกคนไข้เสมอว่า "เป้าหมายของหมอไม่ใช่แค่การผ่าตัด แต่คือการทำให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ"
- ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด): ลดน้ำหนักตัวลงเพียง 5% ก็ช่วยลดแรงกระแทกที่เข่าได้มหาศาล เลี่ยงการนั่งพับเพียบ ขัดสมาธิ หรือนั่งยองๆ
- การบริหารกล้ามเนื้อ: เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps) เพื่อให้กล้ามเนื้อช่วย "พยุงข้อ" แทนกระดูก
- การใช้ยา: ยาแก้ปวด ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ช่วยประคับประคองในระยะที่ปวดรุนแรง
- การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์: เพื่อความแม่นยำ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางในการฉีด "น้ำเลี้ยงข้อเข่าเทียม" หรือ "สารสกัดจากเกล็ดเลือด (PRP)" เข้าไปในจุดที่มีปัญหาโดยตรง ช่วยลดการอักเสบและเพิ่มความลื่นให้ข้อ
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม: จะพิจารณาในกรณีที่เข่าเสื่อมรุนแรง ผิดรูป และการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผลแล้ว ปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยให้เดินได้เร็วหลังผ่าตัดครับ
พยากรณ์โรค: หายขาดไหม?
ข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคของการ "สึกหรอ" ครับ เราไม่สามารถย้อนเวลาให้กระดูกอ่อนกลับมาหนาเท่าเด็ก 18 ได้ แต่เราสามารถ "หยุดหรือชะลอ" ให้มันเสื่อมช้าลงได้จนเราสามารถใช้ชีวิตไปจนถึงอายุ 80-90 ปีโดยไม่ต้องทรมาน
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากปล่อยไว้จนเข่าโก่งมากๆ จะทำให้การเดินผิดปกติ ส่งผลลามไปถึงอาการ "ปวดหลัง" และ "ข้อสะโพกเสื่อม" ตามมาเป็นโดมิโนครับ
สรุป
อาการปวดเข่าไม่ใช่เรื่องที่ต้อง "ทน" ครับ การรู้ตัวเร็วตั้งแต่วันที่เริ่มปวด จะช่วยให้เรามีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายโดยไม่ต้องจบลงที่ห้องผ่าตัดเสมอไป อย่ารอจนเข่าผิดรูป เพราะความสุขของการสูงวัย คือการได้เดินไปไหนมาไหนด้วยขาของตัวเองครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเข่าเสื่อม #ปวดเข่า #เข่าโก่ง #ฉีดยาน้ำเลี้ยงข้อ #รักษาข้อเข่าโดยไม่ผ่าตัด #หมอกระดูก #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดเข่าเรื้อรัง #ผ่าตัดข้อเข่าเทียม #หมอเก่ง
References (แบบ Vancouver)
- Hunter DJ, Bierma-Zeinstra S. (2025). Osteoarthritis of the knee: Clinical practice update. The Lancet.
- สรุป: ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการวินิจฉัยและแนวทางการรักษาข้อเข่าเสื่อมที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นหัวใจหลัก
- Katz JN, et al. (2024). Diagnosis and management of knee osteoarthritis. JAMA.
- สรุป: การทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการใช้ยาและการฉีดสารเข้าข้อเข่าที่มีประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน
- American Academy of Orthopaedic Surgeons. (2024). Management of Osteoarthritis of the Knee (Non-Arthroplasty) Evidence-Based Clinical Practice Guideline.
- สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาข้อเข่าเสื่อมแบบไม่ผ่าตัด โดยเน้นการออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนัก
- Bennell KL, et al. (2025). Exercise for knee osteoarthritis: Systematic review and meta-analysis. British Journal of Sports Medicine.
- สรุป: การศึกษาเปรียบเทียบประเภทของการออกกำลังกายที่ช่วยลดอาการปวดเข่าได้ดีที่สุด
- National Institute for Health and Care Excellence (NICE). (2024). Osteoarthritis: care and management in adults.
- สรุป: มาตรฐานการดูแลผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระดับสากล ตั้งแต่การตรวจเบื้องต้นจนถึงการดูแลหลังผ่าตัด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น