ปวดเข่าจนลุกไม่ไหว จะซื้อยาบำรุงข้อมากินเอง... ตกลงมันช่วยได้จริง หรือแค่เสียเงินฟรี?"
"หมอครับ ผมเห็นโฆษณาในเน็ตบอกว่ากินตัวนี้แล้วเข่าหายก๊อบแก๊บ เดินได้ปร๋อเหมือนย้อนวัย อันนี้เชื่อได้แค่ไหนครับ?" เสียงของลุงสมชาย (นามสมมติ) ชายวัย 65 ปี ถามผมด้วยความสงสัย ในมือถือขวดอาหารเสริมยี่ห้อดังที่เพื่อนบ้านแนะนำมา
ลุงสมชายมีปัญหาข้อเข่าเสื่อมตามวัยครับ แกบ่นว่าปวดทุกครั้งที่ลุกนั่ง ขึ้นบันไดก็ลำบาก พอเห็นโฆษณาที่บอกว่า "ไม่ต้องผ่าตัด แค่กินก็หาย" แกก็ตาโต อยากลองซื้อมาทานดู แต่ยังกล้าๆ กลัวๆ เลยหอบขวดยามาถามผมถึงห้องตรวจ
ความจริงที่หลายคนอาจยังไม่รู้
เรื่อง "ยาบำรุงข้อ" หรือ "อาหารเสริมแก้ปวดเข่า" เป็นคำถามยอดฮิตอันดับหนึ่งในห้องตรวจหมอกระดูกเลยครับ ความจริงคือ ข้อเข่าเราไม่ได้เหมือนยางรถยนต์ที่พอแบนแล้วจะปะหรือเติมลมให้กลับมาเต็มได้ง่ายๆ ขนาดนั้น
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า ยาบำรุงเข่าจะเข้าไป "เติมกระดูกอ่อน" ที่สึกไปให้กลับมาหนาเท่าเดิมเหมือนตอนเป็นวัยรุ่น ซึ่งในทางหลักฐานทางการแพทย์ปัจจุบัน ยังไม่มีสารตัวไหนทำได้ขนาดนั้นครับ แต่มันมีหน้าที่อื่นที่พอจะช่วยเราได้บ้าง ถ้าเราใช้ให้ถูกคน ถูกเวลา และถูกวิธี
เข่าเสื่อมเกิดจากอะไร? ทำไมถึงปวด?
ลองจินตนาการว่าข้อเข่าเราเหมือน "โช้คอัพรถยนต์" ครับ ตรงปลายกระดูกจะมี "กระดูกอ่อนผิวข้อ" ซึ่งเรียบ ลื่น และนุ่มเหมือนเยลลี่ ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก
เมื่อเราใช้งานมานานหลายสิบปี หรือน้ำหนักตัวเยอะเกินไป กระดูกอ่อนที่ว่านี้จะเริ่มบางลง ขรุขระ และค่อยๆ สึกไปจนถึงเนื้อกระดูก พอกระดูกแข็งๆ สองชิ้นมาเสียดสีกันโดยไม่มีตัวกั้น ผลที่ตามมาคือ:
- การอักเสบ: ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนเป็นความเจ็บปวด
- เสียงในข้อ: เวลาเดินจะมีเสียง ก๊อบแก๊บ เพราะผิวที่ขรุขระเสียดสีกัน
- ข้อติด: ลุกนั่งลำบาก เหยียดเข่าไม่สุด หรือพับเข่าไม่ได้
ยาบำรุงข้อที่ขายกันเกลื่อน... ตกลงมีอะไรบ้าง?
สารที่อยู่ในโฆษณาส่วนใหญ่ที่ลุงสมชายเห็น มักจะมี 3 ตัวหลักๆ ครับ:
- กลูโคซามีน (Glucosamine): สารตัวนี้เป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อเลี้ยงข้อ ช่วยลดการสลายของกระดูกอ่อนได้บ้าง แต่ต้องใช้เวลากินนาน 2-3 เดือนถึงจะเริ่มเห็นผล
- คอนโดรทิน (Chondroitin): มักใส่มาคู่กับตัวแรก ช่วยดึงน้ำเข้าสู่กระดูกอ่อนให้มีความยืดหยุ่น
- คอลลาเจนชนิดที่ 2 (UC-II): ตัวนี้กำลังดังครับ ช่วยลดการอักเสบในข้อเข่าได้ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไปที่กินเพื่อผิวพรรณ
กินแล้วช่วยไหม? จากงานวิจัยล่าสุดพบว่า สารเหล่านี้ "อาจจะ" ช่วยลดอาการปวดได้ในคนที่เพิ่งเริ่มมีอาการเข่าเสื่อมระยะแรกๆ ครับ แต่มันไม่ได้ทำให้กระดูกที่เสื่อมไปแล้วกลับมางอกใหม่ และถ้าเข่าเสื่อมถึงขั้นรุนแรง (กระดูกชนกันแล้ว) การกินยาบำรุงพวกนี้มักจะได้ผลน้อยมากจนแทบไม่รู้สึกเลย
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ "เข่าพัง" เร็วกว่าปกติ
- น้ำหนักตัว: ทุกๆ 1 กิโลกรัมที่เพิ่มขึ้น เข่าต้องรับแรงกระแทกเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าเวลาเดิน
- ท่าทางในชีวิตประจำวัน: การนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ นั่งยองๆ นานๆ เป็นศัตรูตัวฉกาจของเข่า
- อายุและการใช้งาน: ยิ่งใช้นาน ยิ่งสึกมากตามกาลเวลา
- อุบัติเหตุในอดีต: เคยเอ็นเข่าขาด หรือหมอนรองกระดูกฉีกขาดมาก่อน
ขั้นตอนการตรวจเบื้องต้น (ไม่ต้องกลัวครับ ไม่เจ็บ)
หากมาหาหมอ เราจะเริ่มจากขั้นตอนง่ายๆ เพื่อดูว่า "สึกไปแค่ไหนแล้ว":
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะขยับเข่า ดูจุดที่ปวด และดูความมั่นคงของข้อ
- เอกซเรย์ (X-ray): เป็นวิธีที่ง่ายและสำคัญที่สุด จะเห็นเลยว่าช่องว่างระหว่างข้อแคบลงไหม มีกระดูกงอกหรือเปล่า
- อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ใช้ดูการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบๆ หรือดูว่ามีน้ำในข้อเยอะเกินไปไหม
- MRI: จะทำก็ต่อเมื่อหมอสงสัยว่ามีเอ็นขาด หรือหมอนรองกระดูกฉีกขาดที่มองไม่เห็นในเอกซเรย์ธรรมดา
แนวทางการรักษาแบบ "ครบวงจร" (ไม่ใช่แค่กินยา)
การรักษาเข่าเสื่อมที่ดีที่สุดคือการทำหลายอย่างควบคู่กันครับ:
- ปรับพฤติกรรม: ลดน้ำหนัก เลี่ยงการนั่งยองๆ และบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรง (สำคัญที่สุด!)
- ยาแก้ปวด/แก้อักเสบ: ใช้ในช่วงที่มีอาการปวดเฉียบพลัน ไม่ควรซื้อกินเองต่อเนื่องนานๆ เพราะมีผลต่อไตและกระเพาะ
- การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์: เดี๋ยวนี้เรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้แม่นยำมาก
- ฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียม: เหมือนเติมน้ำมันหล่อลื่นให้โช้คอัพ ช่วยลดอาการฝืดและปวด
- ฉีดสารสกัดจากเกล็ดเลือด (PRP): ใช้เลือดตัวเองมาปั่นเพื่อสกัดสารซ่อมแซมไปฉีดที่เข่า
- การผ่าตัด: จะเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อการรักษาอื่นไม่ได้ผล และคนใช้ชีวิตลำบากมากจริงๆ ครับ
พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นเรื่องของ "ความเสื่อมตามวัย" ครับ เราไม่สามารถย้อนเวลาให้เข่ากลับไปอายุ 20 ได้ แต่เรา "ชะลอ" มันได้ครับ
- หากดูแลดี กล้ามเนื้อแข็งแรง น้ำหนักตัวเหมาะสม คุณจะสามารถใช้เข่าเดิมไปได้ตลอดชีวิตโดยไม่ปวด
- แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ โรคจะดำเนินไปเรื่อยๆ จนข้อผิดรูป (ขาโก่ง) และสุดท้ายอาจต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
หากปล่อยให้เข่าเสื่อมรุนแรงโดยไม่รักษา:
- ขาโก่งผิดรูป: ทำให้เดินลำบากและเสียบุคลิกภาพ
- ปวดหลังตามมา: เพราะพอเดินกะเผลก ร่างกายจะพยายามปรับสมดุลจนส่งผลเสียต่อกระดูกสันหลัง
- ภาวะซึมเศร้า: จากการที่ไปไหนมาไหนไม่ได้เหมือนเดิม ต้องอยู่แต่ในบ้าน
สรุป
หมอเข้าใจและเคารพในประสบการณ์การใช้สารเสริมของแต่ละท่านครับ ร่างกายของคนเรามีการตอบสนองต่อสารต่างๆ ไม่เหมือนกัน บางท่านทานแล้วรู้สึกดีขึ้นมากซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีครับ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลตามหลักฐานทางวิชาการในภาพรวม เพื่อให้ผู้ที่ยังไม่ได้เริ่มใช้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และย้ำเตือนว่าการรักษาหลักอย่างการคุมน้ำหนักและบริหารกล้ามเนื้อนั้นสำคัญไม่แพ้การทานยา เพื่อผลการรักษาที่ยั่งยืนที่สุดครับ”
ยาบำรุงข้อหรืออาหารเสริม ไม่ใช่ยาเทวดา ที่จะเสกให้เข่าหายเสื่อมได้ทันทีครับ มันมีประโยชน์ในแง่ของ "ตัวช่วยเสริม" เพื่อลดอาการอักเสบและช่วยเรื่องน้ำหล่อเลี้ยงในระยะแรกๆ เท่านั้น
สิ่งสำคัญกว่ายาคือ "การปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต" และการปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อยาที่อาจไม่จำเป็น หรือพลาดโอกาสในการรักษาที่ถูกต้องไปครับ
"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดเข่า #เข่าเสื่อม #ยาบำรุงข้อ #กลูโคซามีน #คอลลาเจน #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อ #ไม่ต้องผ่าตัด
References (อ้างอิง)
- Bennell KL, et al. (2024). Update on the management of osteoarthritis. Medical Journal of Australia. (สรุป: ข้อมูลล่าสุดเรื่องการจัดการข้อเสื่อมที่เน้นการออกกำลังกายและการคุมน้ำหนักเป็นหลักร่วมกับการใช้ยา)
- McAlindon TE, et al. (2023). *Glucosamine and Chondroitin for Knee Osteoarthritis: A Systematic Review.*Osteoarthritis and Cartilage. (สรุป: การทบทวนงานวิจัยพบว่าสารเสริมช่วยลดปวดได้ในระดับปานกลางและให้ผลดีในบางกลุ่มเท่านั้น)
- Kolasinski SL, et al. (2020). 2019 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Osteoarthritis of the Hand, Hip, and Knee. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติสากลที่แนะนำขั้นตอนการรักษาตั้งแต่พฤติกรรมไปจนถึงการใช้ยา)
- Lugo JP, et al. (2022). Efficacy and tolerability of undenatured type II collagen (UC-II) in joints: a review. Journal of Dietary Supplements. (สรุป: การศึกษาประสิทธิภาพของคอลลาเจนชนิดที่ 2 ในการลดอาการปวดและอักเสบในข้อเข่า)
- Hunter DJ, et al. (2025). The landscape of osteoarthritis management in the aging population. Lancet Healthy Longevity. (สรุป: ภาพรวมการรักษาข้อเสื่อมในผู้สูงอายุโดยเน้นความปลอดภัยและการรักษาที่ไม่ใช่การผ่าตัด)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น