วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ฉีดสเต็มเซลล์แก้ปวดเข่า... ทำไมบางคน "หาย" แต่ทำไมป้าต้อย "พัง"?

 



ฉีดสเต็มเซลล์แก้ปวดเข่า... ทำไมบางคน "หาย" แต่ทำไมป้าต้อย "พัง"?

"หมอคะ ป้าไปฉีดสเต็มเซลล์เข็มละเป็นแสนมา เพื่อนบอกว่าฉีดแล้วเข่าจะงอกใหม่เหมือนตับจิ้งจก แต่ทำไมของป้ายิ่งฉีดยิ่งปวด เดินไม่ได้เลยคะ?"

เสียงสั่นเครือของ “ป้าต้อย” (นามสมมติ) หญิงวัย 65 ปี ที่นั่งรถเข็นเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างรุนแรง ป้าต้อยเป็นอดีตข้าราชการที่สู้ชีวิตมาตลอด พอเกษียณก็อยากใช้เงินเก็บไปเที่ยวกับลูกหลาน แต่ติดที่ "ปวดเข่า" จนเดินไม่ไหว พอได้ยินโฆษณาว่ามีการรักษาแบบ "วิเศษ" ไม่ต้องผ่าตัด แค่ฉีดเซลล์เข้าไปแล้วเข่าจะกลับมาหนุ่มสาวใหม่ ป้าจึงยอมทุ่มเงินก้อนสุดท้าย... แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสังคมไทยครับ วันนี้ผมจะมาชำแหละความจริงเรื่อง "สเต็มเซลล์" กับ "ข้อเข่าเสื่อม" แบบภาษาชาวบ้านให้อ่านกัน


ความจริงที่โฆษณาไม่ได้บอกคุณ

หลายคนเข้าใจว่า สเต็มเซลล์ (Stem Cell) คือ "ยาสารพัดนึก" ที่พอฉีดเข้าไปในเข่าที่กระดูกอ่อนสึกจนถึงเนื้อกระดูกแล้ว มันจะไปสร้างกระดูกอ่อนแผ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ 100%

คำตอบคือ: ไม่ใช่อย่างนั้นครับ

ในทางกฎหมายและมาตรฐานทางการแพทย์ปัจจุบัน การฉีดสเต็มเซลล์เพื่อรักษาข้อเข่าเสื่อม "ยังอยู่ในการศึกษาวิจัย" และไม่ใช่มาตรฐานหลักที่รับรองว่าได้ผลกับทุกคน โดยเฉพาะในรายที่เป็น "เข่าเสื่อมระยะสุดท้าย" ที่กระดูกชนกระดูกแล้ว การฉีดอะไรเข้าไปก็ไม่ช่วยให้กระดูกงอกใหม่ได้ เหมือนเราพยายามเอาสีไปทาบนถนนที่พังเป็นหลุมลึกครับ ต่อให้สีแพงแค่ไหน ถนนก็ยังขรุขระเหมือนเดิม


ทำไมเราถึงปวดเข่า? (ฉบับเข้าใจง่าย)

ลองนึกภาพ "ลูกสะบ้าและข้อเข่า" ของเราเหมือนกับ "โช้คอัพรถยนต์" ครับ ตรงปลายกระดูกจะมี "กระดูกอ่อน" เคลือบอยู่ ผิวของมันจะเรียบ ลื่น และนุ่มเหมือนยางพาราชั้นดี ทำหน้าที่กันกระแทกเวลาเราเดินหรือวิ่ง

  1. เมื่ออายุมากขึ้น: ยางพารานี้จะเริ่มบางลง ขรุขระ และแตกหัก
  2. เกิดการอักเสบ: เศษกระดูกอ่อนที่หลุดออกมาจะไประคายเคืองเยื่อบุข้อ เหมือนมีเศษทรายเข้าไปในตลับลูกปืน
  3. น้ำหล่อเลี้ยงแห้ง: ข้อจะฝืด เสียงดังกรอบแกรบ
  4. กระดูกชนกัน: เมื่อยางพาราสึกจนหมด กระดูกแข็งจะชนกันโดยตรง ตรงนี้แหละครับที่ปวดจนน้ำตาเล็ด เพราะที่กระดูกมีเส้นประสาทรับความรู้สึกเยอะมาก

เช็กอาการ... คุณอยู่ระยะไหน?

  • ระยะเริ่มต้น: ปวดเฉพาะตอนขึ้นลงบันได หรือตอนลุกนั่งนานๆ พอพักแล้วหาย
  • ระยะกลาง: เริ่มมีเข่าบวมอักเสบ บ่อยครั้งที่รู้สึกเข่าทรุด หรือเสียวแปล๊บเวลาเดิน
  • ระยะรุนแรง: เข่าเริ่มผิดรูป โก่งออก หรือหุบเข้า เดินกระเผลกตลอดเวลา แม้แต่นอนเฉยๆ ก็ปวด

การตรวจที่แม่นยำ ไม่ต้องเดา

เวลามาหาหมอ เราไม่ได้ดูแค่หน้างานครับ แต่เราต้องใช้เครื่องมือช่วย:

  • การเอกซเรย์ (X-ray): ดูช่องว่างระหว่างข้อ ถ้าช่องว่างแคบลง แสดงว่ากระดูกอ่อนเริ่มหายไปแล้ว
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): หมอใช้ดูปริมาณน้ำในข้อเข่า ดูการหนาตัวของเยื่อบุข้อ และใช้ "นำทาง" เวลาฉีดยาเพื่อให้แม่นยำที่สุด ไม่ให้ยาไปโดนจุดที่ไม่จำเป็น
  • MRI: จะทำก็ต่อเมื่อหมอสงสัยว่ามี "หมอนรองกระดูกฉีกขาด" หรือมีรอยโรคในกระดูกที่มองไม่เห็นจากเอกซเรย์ปกติ

ทางเลือกการรักษาที่ "ได้ผลจริง" ตามหลักการแพทย์

ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด และไม่ใช่ทุกคนต้องฉีดสเต็มเซลล์ครับ การรักษาที่ดีต้องเริ่มจากง่ายไปหายาก:

  1. ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด): ลดน้ำหนักแค่ 5% ก็ช่วยลดแรงกระแทกที่เข่าได้มหาศาล เลี่ยงการนั่งพับเพียบ ขัดสมาธิ หรือนั่งยองๆ
  2. การใช้ยา: ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) ช่วยลดการอักเสบได้ดี แต่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของหมอ เพราะอาจมีผลต่อไตและกระเพาะ
  3. การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า (Hyaluronic Acid): เหมือนการ "เติมน้ำมันหล่อลื่น" ให้ข้อเข่า ลดความฝืด ลดการเสียดสี ได้ผลในข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้้น
  4. การฉีด PRP (เกล็ดเลือดเข้มข้น): นำเลือดตัวเองมาปั่นแยกเอาเฉพาะส่วนที่มีโปรตีนช่วยซ่อมแซมมาฉีดกลับเข้าไป วิธีนี้มีความปลอดภัยสูงกว่าสเต็มเซลล์แปลกปลอม เพราะเป็นเลือดเราเอง ได้ผลในข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้้น
  5. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม: ในรายที่ "ยางพาราสึกจนหมด" และปวดจนใช้ชีวิตไม่ได้ การผ่าตัดคือคำตอบที่ทำให้คนไข้กลับมาเดินได้เหมือนได้ชีวิตใหม่ครับ

พยากรณ์โรค: จะหายไหม?

ข้อเข่าเสื่อมเป็น "ความเสื่อมตามวัย" ครับ เราทำให้มันกลับไปเป็นเข่าเด็ก 15 ปีไม่ได้ แต่เรา "ชะลอ" มันได้ และทำให้เรา "อยู่กับมันได้อย่างไม่มีความสุข" เอ้ย! "อยู่อย่างมีความสุขโดยไม่ปวด" ได้ครับ

  • ถ้าดูแลดี: อยู่ได้ยาวๆ โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ถ้าปล่อยไว้: เข่าจะโก่งจนเดินไม่ได้ และลามไปปวดหลัง ปวดสะโพก เพราะท่าเดินที่ผิดปกติ

สรุป

กรณีของป้าต้อย สาเหตุที่ฉีดสเต็มเซลล์แล้วไม่หาย เพราะเข่าของป้าเสื่อมถึง "ระดับ 4" (กระดูกชนกันแล้ว) ซึ่งเซลล์ไม่สามารถไปสร้างกระดูกใหม่ได้ในสภาพแวดล้อมที่อักเสบรุนแรงขนาดนั้น การรักษาที่ถูกต้องสำหรับป้าต้อยในตอนนั้นอาจเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ หรือการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเพื่อบรรเทา ไม่ใช่การทุ่มเงินกับสิ่งที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจน

"อย่าให้ความหวังที่ไม่มีพื้นฐาน มาทำให้กระเป๋าฉีกและเจ็บตัวฟรีเลยครับ"


ด้วยความปรารถนาดี ข้อมูลข้างต้นเป็นการให้ความรู้ทั่วไปเพื่อให้เท่าทันโรคและเทคโนโลยีทางการแพทย์ หากท่านมีอาการปวดเรื้อรัง หรือรักษามานานแล้วไม่ดีขึ้น การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดคือทางออกที่ปลอดภัยที่สุดครับ

ผมยินดีรับฟังทุกมุมมองและประสบการณ์ที่แตกต่างครับ วิทยาศาสตร์การแพทย์มีการพัฒนาอยู่เสมอ ข้อมูลที่ผมนำเสนออ้างอิงจากมาตรฐานการรักษาหลัก (Standard Guideline) ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ร่างกายของแต่ละคนมีการตอบสนองต่อการรักษาที่ไม่เหมือนกัน หากท่านได้รับการรักษาด้วยวิธีใดแล้วได้ผลดี ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งครับ แต่สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ ผมอยากให้ยึดหลักการรักษาที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนเป็นลำดับแรกเพื่อความคุ้มค่าและความปลอดภัยครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถนำผลตรวจมาปรึกษาเพื่อวิเคราะห์เป็นรายกรณีได้ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #สเต็มเซลล์ #ฉีดเข่า #กระดูกอ่อน #หมอเก่ง #รักษาเข่าไม่ต้องผ่าตัด #สุขภาพผู้สูงอายุ #PRPเข่า #ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า


References

  1. Bannuru RR, et al. (2019). OARSI guidelines for the non-surgical management of knee osteoarthritis. (แนวทางการรักษาข้อเข่าเสื่อมโดยไม่ผ่าตัด เน้นการปรับพฤติกรรมและการใช้ยาอย่างเหมาะสม)
  2. Jevotovsky DS, et al. (2018). Donor age and intra-articular plate-rich plasma injection. (การศึกษาประสิทธิภาพของการใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นในการลดการอักเสบในข้อเข่า)
  3. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS) (2021). Management of Osteoarthritis of the Knee (Non-Arthroplasty) Evidence-Based Clinical Practice Guideline. (สรุปหลักฐานทางวิชาการว่าวิธีใดบ้างที่ได้ผลจริงในการรักษาเข่าเสื่อม ซึ่งสเต็มเซลล์ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ)
  4. Piuzzi NS, et al. (2019). The role of biologicals in the treatment of skeletal medicine. (อธิบายกลไกการทำงานของสารชีวภาพในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกและข้อ)
  5. Hunter DJ, Bierma-Zeinstra S. (2019). Osteoarthritis. (บทความวิชาการใน Lancet สรุปภาพรวมของโรค สาเหตุ และการดำเนินโรคของข้อเสื่อมทั่วโลก)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น