วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เข่าเสื่อมจนเดินไม่ไหว... ถึงเวลาที่ต้อง 'ผ่าตัด' เปลี่ยนข้อเข่าแล้วหรือยัง?"

 

เข่าเสื่อมจนเดินไม่ไหว... ถึงเวลาที่ต้อง 'ผ่าตัด' เปลี่ยนข้อเข่าแล้วหรือยัง?"

"หมอครับ ผมทนปวดมาเป็นปี กินยาก็แล้ว ฉีดยาก็แล้ว แต่วันนี้แค่เดินไปเข้าห้องน้ำยังน้ำตาซึม แบบนี้ผมต้องผ่าตัดอย่างเดียวเลยใช่ไหม?"

คำถามนี้มาจากลุงบุญส่ง (นามสมมติ) ชายวัย 72 ปี ที่เดินกะเผลกเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าคู่ใจ ผิวหน้าแกดูอิดโรยเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอจากอาการปวดเข่าที่รุมเร้าตอนกลางคืน ลุงบุญส่งเป็นคนกลัวการผ่าตัดมากครับ แกพยายามยื้อทุกวิถีทางจนสุดท้ายร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า "ไม่ไหวแล้ว"

หลายคนมักจะถามผมว่า "หมอเก่งครับ มีเกณฑ์อะไรวัดไหมว่าคนไข้คนไหนควรเดินเข้าห้องผ่าตัดได้แล้ว?" วันนี้ผมจะมาสรุปสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังตะโกนบอกคุณครับ


ความจริงเรื่องการผ่าตัดข้อเข่า

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเหมือนสมัยก่อนครับ เรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และคนไข้สามารถลุกเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด แต่ถึงอย่างนั้น หมอกระดูกทุกคนจะยึดหลักการเดียวกันคือ "การผ่าตัดคือทางเลือกสุดท้าย" เมื่อการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผลแล้วเท่านั้น


5 สัญญาณเตือน: เมื่อไหร่ที่ควรพิจารณาเรื่องผ่าตัด?

หากคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการเข้าข่าย 5 ข้อนี้ แสดงว่าข้อเข่าเสื่อมเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้วครับ:

  1. ปวดตลอดเวลา แม้ไม่ได้ใช้งาน: ปกติเข่าเสื่อมจะปวดเวลาเดินหรือขึ้นบันได แต่ถ้าขนาดนั่งพักเฉยๆ หรือนอนอยู่บนเตียงตอนกลางคืนก็ยังปวดจนสะดุ้งตื่น แบบนี้แสดงว่าการอักเสบในข้อรุนแรงมาก
  2. ยาและการฉีดเข็มเอาไม่อยู่: กินยาแก้ปวดก็แล้ว ฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อก็แล้ว แต่อาการดีขึ้นเพียงชั่วคราวหรือไม่ดีขึ้นเลยภายใน 3-6 เดือน
  3. ใช้ชีวิตประจำวันลำบากมาก: เริ่มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เดินไปหน้าบ้านไม่ไหว ขึ้นบันไดไม่ได้ หรือแม้แต่การลุกจากโถส้วมก็กลายเป็นเรื่องทรมาน
  4. ขาโก่งผิดรูปชัดเจน: เมื่อกระดูกอ่อนสึกไปจนหมด กระดูกจะเริ่มชนกันและทรุดตัว ทำให้ขาเริ่มโก่งออก (O-shape) หรือฉีกออกจนเดินผิดปกติ
  5. ข้อติดแข็งรุนแรง: เข่าพับไม่ได้ เหยียดไม่สุด ทำให้สูญเสียสมดุลในการเดินและเสี่ยงต่อการหกล้ม

ทำไมถึงต้องผ่าตัด? (กลไกการเกิดโรค)

ในระยะสุดท้ายของโรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) กระดูกอ่อนที่เคยเป็น "นวม" รองรับการเสียดสีได้สลายไปจนหมดสิ้นครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งมาบดเบียดกันโดยตรง ทุกก้าวที่คุณเดินจึงเหมือนการเอาหินสองก้อนมาขัดกัน

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Arthroplasty) คือการเข้าไปตัดเอาส่วนผิวเนื้อกระดูกที่ขรุขระและพังออก แล้วใส่ผิวข้อเทียมที่ทำจากโลหะและโพลีเมอร์ชนิดพิเศษเข้าไปแทนที่ เพื่อให้ข้อกลับมาเคลื่อนไหวได้เรียบและลื่นอีกครั้ง


ขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ

หมอไม่ได้ดูแค่ฟิล์มเอกซเรย์แล้วตัดสินใจผ่าเลยนะครับ เราต้องตรวจอย่างละเอียด:

  • เอกซเรย์ท่าพิจารณาพิเศษ (Standing X-ray): ต้องเอกซเรย์ท่ายืนเพื่อให้เห็นช่องว่างข้อเข่าขณะรับน้ำหนักจริง จะเห็นชัดเจนว่า "กระดูกชนกระดูก" แล้วหรือไม่
  • การตรวจร่างกายเชิงลึก: ดูแนวกระดูกขา ดูองศาการงอ-เหยียด และความมั่นคงของเอ็นรอบเข่า
  • การตรวจเลือดและเตรียมความพร้อมร่างกาย: เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หมอต้องเช็กโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน และหัวใจ เพื่อให้การผ่าตัดปลอดภัยที่สุด

การรักษาและเทคโนโลยีสมัยใหม่

ปัจจุบันเรามีการพัฒนาไปไกลมากครับ:

  • การผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS): ช่วยลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ
  • โปรแกรมฟื้นตัวไว (ERAS): การระงับปวดที่มีประสิทธิภาพ ทำให้คนไข้ไม่ต้องทนเจ็บหลังผ่าตัดและหัดเดินได้ทันที

พยากรณ์โรคหลังการผ่าตัด

  • ผลลัพธ์: มากกว่า 90% ของคนไข้จะหายปวดเป็นปลิดทิ้งและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ
  • อายุการใช้งาน: ข้อเข่าเทียมรุ่นใหม่ๆ สามารถใช้งานได้นานถึง 15-20 ปี หรือมากกว่านั้นหากดูแลดี
  • โอกาสกลับมาเป็นซ้ำ: น้อยมากครับ เพราะเราเปลี่ยนผิวข้อใหม่ไปแล้ว แต่ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อหรืออุบัติเหตุล้มกระแทกแรงๆ

ภาวะแทรกซ้อนหาก "ดื้อ" ไม่ยอมรักษา

การปล่อยให้เข่าพังจนเดินไม่ได้นานเกินไป จะส่งผลเสียร้ายแรงกว่าที่คิด:

  1. กล้ามเนื้อลีบ: พอไม่เดิน กล้ามเนื้อขาจะฝ่อหายไป ทำให้แม้จะผ่าตัดภายหลัง การฟื้นตัวก็จะยากและนานกว่าคนอื่น
  2. กระดูกสันหลังพัง: การเดินกะเผลกจะทำให้กระดูกสันหลังบิดเบี้ยว จนเกิดอาการปวดหลังเรื้อรังหรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทตามมา
  3. โรคเรื้อรังกำเริบ: เมื่อออกกำลังกายไม่ได้ เบาหวานและความดันจะควบคุมยากขึ้น น้ำหนักตัวจะยิ่งเพิ่ม ส่งผลเสียต่อหัวใจและปอด

สรุป

หมอเข้าใจดีครับว่าความคิดเรื่องการผ่าตัดเป็นเรื่องใหญ่และน่ากังวลสำหรับทุกคน ความจริงคือไม่ใช่ทุกคนที่มีเข่าเสื่อมจะต้องจบลงที่ห้องผ่าตัดครับ หากเราดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ บริหารกล้ามเนื้อและคุมน้ำหนักได้ดี เราอาจยืดเวลาออกไปได้เป็นสิบปี บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลสำหรับกลุ่มที่รักษาด้วยวิธีประคับประคองมาจนสุดทางแล้ว เพื่อเป็นแนวทางให้เขาสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้งอย่างปลอดภัยครับ”

การผ่าตัดไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อน แต่ก็ไม่ควรล่าช้าจนเสียโอกาสในการกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีครับ "เป้าหมายของการผ่าตัดไม่ใช่แค่ให้เดินได้ แต่คือการให้คุณได้กลับไปใช้ชีวิตที่รักอีกครั้ง" เหมือนลุงบุญส่งที่ตัดสินใจผ่าตัด และตอนนี้แกสามารถเดินไปทำบุญที่วัดและอุ้มหลานได้โดยไม่มีอาการปวดรบกวนอีกต่อไป

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ผ่าตัดเข่า #เข่าเสื่อม #ข้อเข่าเทียม #ปวดเข่ารุนแรง #ขาโก่ง #รีวิวผ่าตัดเข่า #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ความรู้สุขภาพ


References (อ้างอิง)

  1. Price AJ, et al. (2024). Knee replacement. The Lancet. (สรุป: ข้อมูลครอบคลุมเกี่ยวกับข้อบ่งชี้และผลลัพธ์ของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในระดับสากล)
  2. AAOS Clinical Practice Guideline (2023). Surgical Management of Osteoarthritis of the Knee. (สรุป: แนวทางจากสมาคมศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์อเมริกันเรื่องเกณฑ์การตัดสินใจผ่าตัดเข่าเสื่อม)
  3. Gronne H, et al. (2025). *Patient-reported outcomes after total knee arthroplasty: A 10-year follow-up.*Osteoarthritis and Cartilage. (สรุป: การติดตามผลระยะยาว 10 ปีหลังผ่าตัด พบว่าคุณภาพชีวิตคนไข้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ)
  4. Hofstede SN, et al. (2024). Preoperative predictors for outcomes after total hip and knee arthroplasty. BMC Musculoskeletal Disorders. (สรุป: ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการผ่าตัดและการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด)
  5. Katz JN, et al. (2023). Diagnosis and Management of Osteoarthritis of the Knee. New England Journal of Medicine. (สรุป: การวินิจฉัยและทางเลือกการรักษาข้อเข่าเสื่อมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะผ่าตัด)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น