วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เข่าโก่งผิดรูป: นอกจากไม่สวยแล้ว ยังส่งผลเสียต่อกระดูกส่วนไหนอีกบ้าง?

 

เข่าโก่งเหมือนวงเวียน... นอกจากจะไม่สวยแล้ว รู้ไหมว่ามันกำลัง "พัง" ลามไปถึงหลังและสะโพก!

"หมอครับ ผมไม่ได้ห่วงเรื่องหล่อหรอก แต่พักหลังมานี้ทำไมปวดสะโพกกับปวดหลังลามไปด้วย ทั้งที่ตอนแรกแค่ปวดเข่าอย่างเดียว"

นี่คือคำถามที่คุณลุงคนไข้ท่านหนึ่งถามผมด้วยความสงสัยครับ หลายคนเข้าใจว่าอาการ "เข่าโก่ง" (Bow-legged) เป็นเรื่องของความสวยงามหรือแค่เรื่องของคนแก่ แต่ในทางหมอกระดูกนั้น "แกนของขา" คือหัวใจสำคัญของการรับน้ำหนักตัวครับ เมื่อขาโก่ง แนวลงน้ำหนักจะเปลี่ยนไปทันที เหมือนรถที่ศูนย์ล้อเบี้ยว ยางข้างหนึ่งจะสึกเร็วกว่าปกติ และสุดท้ายโช้คอัพกับแชสซีรถก็จะพังตามไปด้วยครับ


"จากเข่าโก่ง... สู่หลังค่อมและปวดสะโพกเรื้อรัง"

ผมมีเคสคุณป้าท่านหนึ่ง (นามสมมติว่าป้าใจ) อายุ 68 ปี ป้าใจมาหาผมด้วยอาการปวดหลังส่วนล่างรุนแรง รักษายังไงก็ไม่หาย จนผมสังเกตเห็นว่าป้าใจมีเข่าที่โก่งออกอย่างชัดเจนทั้งสองข้าง

ผมอธิบายให้ป้าใจฟังว่า "ป้าครับ ที่หลังป้าปวด เพราะเข่าป้ามันโก่งจนทำให้เชิงกรานมันบิด พอกระดูกเชิงกรานบิด หลังป้าก็ต้องแอ่นเพื่อประคองตัวให้เดินได้ สุดท้ายกล้ามเนื้อหลังป้าเลยทำงานหนักจนอักเสบเรื้อรังครับ" นี่คือภาพสะท้อนว่าร่างกายเราเชื่อมต่อกันเป็นระบบ ถ้าจุดหนึ่งเบี้ยว จุดอื่นต้องพังตามแน่นอนครับ


เข่าโก่งผิดรูป ส่งผลเสียต่อส่วนไหนบ้าง? (มากกว่าที่ท่านคิด)

เมื่อแนวแกนขาเปลี่ยนจากเส้นตรง กลายเป็นเส้นโค้ง แรงกดทับจะไม่ได้ลงตรงกลางข้อเข่าอีกต่อไป แต่มันจะไปอัดกันอยู่ที่ "เข่าด้านใน" เป็นหลัก และส่งผลกระทบต่อเนื่องดังนี้ครับ:

  1. ข้อเข่า (เข่าเสื่อมเร็วขึ้น 10 เท่า): แรงกดที่ลงผิดจุดจะบดขยี้กระดูกอ่อนผิวข้อด้านในจนสึกกร่อนอย่างรวดเร็ว ทำให้ช่องว่างข้อแคบลง จนเกิดภาวะกระดูกชนกัน (ระยะที่ 4) ในที่สุด

  2. ข้อสะโพก: เมื่อเข่าโก่ง ขาจะกางออก ทำให้กระดูกต้นขาที่เชื่อมกับสะโพกต้องบิดตัวเพื่อรักษาการทรงตัว ส่งผลให้เกิดอาการปวดสะโพกและข้อสะโพกเสื่อมตามมาได้

  3. กระดูกสันหลังส่วนล่าง: ร่างกายจะพยายามปรับสมดุล (Compensate) โดยการโน้มตัวไปข้างหน้าหรือแอ่นหลังมากขึ้นเพื่อให้เดินตรงได้ ทำให้กระดูกสันหลังรับภาระหนักจนเกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ง่ายขึ้น

  4. ข้อเท้าและรูปเท้า: แกนที่เบี้ยวส่งผลให้เท้าต้อง "บิดเข้า" (Pronation) เพื่อให้ฝ่าเท้ายันพื้นได้เต็มที่ ทำให้เกิดอาการปวดข้อเท้า หรือเป็นโรครองช้ำ (ปวดส้นเท้า) ได้ง่ายกว่าคนปกติ


การวินิจฉัย: วัด "มุมโก่ง" ให้ชัดเจนก่อนสายเกินแก้

การดูด้วยตาเปล่าอาจบอกได้ว่าโก่ง แต่หมอต้องทราบว่า "โก่งกี่องศา" เพื่อวางแผนรักษาครับ:

  • Long Leg X-ray (Scanogram): เป็นการเอกซเรย์ตั้งแต่สะโพกลงไปถึงข้อเท้าในแผ่นเดียว เพื่อดูแนวแกนการลงน้ำหนัก (Mechanical Axis) วิธีนี้จะบอกได้แม่นยำที่สุดว่าจุดศูนย์กลางน้ำหนักเบี่ยงออกไปจากหัวเข่าเท่าไหร่

  • การตรวจแนวการเดิน (Gait Analysis): ดูว่าการก้าวเดินของท่านส่งผลต่อแรงกระแทกที่เข่าและหลังมากน้อยแค่ไหน


แนวทางการรักษา: แก้ที่เข่า... เพื่อเซฟทั้งตัว

การรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะของโรคครับ:

  • การปรับพฤติกรรมและอุปกรณ์เสริม: การใช้แผ่นรองรองเท้าด้านนอก (Lateral Wedge) เพื่อปรับมุมการยืน และการลดน้ำหนักเพื่อลดแรงกดทับ

  • การฉีดยาลดการอักเสบ: ในกรณีที่มีการอักเสบเฉลี่ยจากการที่กระดูกชนกัน โดยใช้ Ultrasound นำทางเพื่อความแม่นยำ

  • การผ่าตัดปรับแนวแกนกระดูก (HTO): สำหรับคนที่เข่าเสื่อมไม่มากแต่ขาโก่งเยอะ หมอสามารถตัดแต่งกระดูกเพื่อปรับให้ขากลับมาตรง โดยไม่ต้องเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (TKR): สำหรับคนไข้ระยะที่ 4 ที่กระดูกชนกันแล้ว การเปลี่ยนข้อเข่าคือการ "ตั้งศูนย์ล้อใหม่" ให้ขากลับมาตรงและหายปวดทันที


พยากรณ์โรค: ชีวิตจะดีขึ้นแค่ไหนถ้าขาตรง?

เมื่อเราปรับแนวแกนขาให้กลับมาตรง (Alignment) ผลที่ตามมาคือ:

  • อาการปวดหลังและปวดสะโพกจะค่อย ๆ ทุเลาลง เพราะร่างกายกลับมาสมดุล

  • การเดินจะมั่นคงขึ้น ไม่โอนเอนเหมือนเป็ด

  • ลดโอกาสการเกิดอัมพฤกษ์อัมพาตจากการที่เดินไม่ได้แล้วต้องนอนติดเตียง

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากปล่อยให้เข่าโก่งรุนแรงนาน ๆ เอ็นยึดข้อเข่าด้านนอกจะยืดเสียรูป จนทำให้การผ่าตัดภายหลังทำได้ยากขึ้นและได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรครับ


สรุป

เข่าโก่งไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่มันคือ "สัญญาณอันตราย" ของโครงสร้างร่างกายทั้งหมดครับ ถ้าท่านเริ่มสังเกตว่าขาเริ่มโก่ง หรือมีอาการปวดเข่าลามไปถึงหลัง การตรวจวินิจฉัยเพื่อปรับสมดุลตั้งแต่เนิ่น ๆ คือทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้จุดเล็ก ๆ ที่เข่า กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่กระดูกสันหลังครับ


"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#เข่าโก่ง #ข้อเข่าเสื่อม #ปวดหลังเรื้อรัง #ปวดสะโพก #แกนขาผิดรูป #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #เปลี่ยนข้อเข่าเทียม #วินิจฉัยโรค #สุขภาพผู้สูงอายุ


References (Vancouver)

  1. Sharma L, Song J, Felson DT, et al. The role of knee alignment in disease progression and functional decline in knee osteoarthritis. JAMA. 2001;286(2):188-195. (สรุป: งานวิจัยคลาสสิกที่ยืนยันว่าแนวแกนขาที่ผิดรูปส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินโรคเข่าเสื่อม)

  2. Iijima H, Ohi H, Isho T, et al. Association of Knee Osteoarthritis Severity with Lower Limb Alignment and Spine Sagittal Alignment. Sci Rep. 2018;8(1):10381. (สรุป: การศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างความรุนแรงของเข่าเสื่อมกับการบิดเบี้ยวของแนวกระดูกสันหลัง)

  3. Tanamas S, Hanna FS, Cicuttini FM, et al. Does knee malalignment increase the risk of modifying the hip and ankle joints? A systematic review. Osteoarthritis Cartilage. 2009;17(11):1411-1419. (สรุป: การทบทวนวรรณกรรมพบว่าเข่าโก่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสื่อมของข้อสะโพกและข้อเท้า)

  4. Brouwer RW, Raaij van TM, Bierma-Zeinstra SM, et al. Osteotomy for treating knee osteoarthritis. Cochrane Database Syst Rev. 2014;(12):CD004019. (สรุป: การประเมินผลการผ่าตัดปรับแนวแกนกระดูกเพื่อรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในคนขาโก่ง)

  5. Hunter DJ, Bierma-Zeinstra S. Osteoarthritis. Lancet. 2019;393(10182):1745-1759. (สรุป: ข้อมูลครอบคลุมเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงด้านโครงสร้างที่ส่งผลต่อโรคข้ออักเสบเรื้อรัง)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น