วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569

ปวดเข่าลึกๆ เหมือนเข็มทิ่ม! เอ็มอาร์ไอเจอ "กระดูกบวมน้ำ" (Bone Marrow Edema) ต้องรักษายังไง?

 



ปวดเข่าลึกๆ เหมือนเข็มทิ่ม! เอ็มอาร์ไอเจอ "กระดูกบวมน้ำ" (Bone Marrow Edema) ต้องรักษายังไง?

"หมอครับ อ่านผล MRI แล้วตกใจมาก เขาเขียนว่า 'Bone Marrow Edema' หรือไขกระดูกบวมน้ำ... นี่ผมกระดูกเน่า หรือเป็นมะเร็งกระดูกหรือเปล่าครับ? ทำไมมันปวดลึกๆ ในกระดูกขนาดนี้ กินยาก็ไม่ค่อยหาย"

นี่คือคำถามจาก "คุณสมชาย" (นามสมมติ) นักธุรกิจวัย 50 ปลายๆ ที่เดินหน้าเครียดเข้ามาในห้องตรวจ แกเป็นคนดูแลสุขภาพดี แต่วันดีคืนดีก็ปวดเข่าขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ ปวดตื้อๆ ลึกๆ โดยเฉพาะเวลานอนตอนกลางคืน พอไปทำ MRI มาแล้วเจอคำศัพท์แปลกๆ ก็เลยกินไม่ได้นอนไม่หลับ

ใครที่ไปตรวจเข่ามา แล้วเจอคำว่า "Bone Marrow Edema" อย่าเพิ่งตระหนกตกใจจนเกินเหตุครับ วันนี้หมอเก่งจะพาไปทำความรู้จักกับ "รอยช้ำในกระดูก" นี้ให้กระจ่าง พร้อมวิธีรักษาที่จะช่วยให้คุณกลับมาเดินปร๋อได้อีกครั้งครับ


ความจริงที่หมออยากบอก: "มันคือ 'แผลฟกช้ำ' ภายในกระดูก"

ให้ลองจินตนาการเวลาเราเดินชนโต๊ะแรงๆ ผิวหนังเราจะเขียวช้ำใช่ไหมครับ? กระดูกของเราก็เหมือนกันครับ เมื่อมันรับแรงกระแทกซ้ำๆ หรือรับน้ำหนักมากเกินกว่าที่มันจะไหว มันก็จะเกิดอาการ "ช้ำใน"

แต่ความต่างคือ ผิวหนังช้ำเรามองเห็นด้วยตาเปล่า แต่ "กระดูกช้ำ" หรือ Bone Marrow Edema (BME) นี้ เรามองไม่เห็นจากภายนอก และมองไม่เห็นจากเอกซเรย์ธรรมดา ต้องใช้เครื่อง MRI ส่องถึงจะเห็นเป็นแสงสีขาวๆ วาวๆ อยู่ในเนื้อกระดูกครับ


เจาะลึก: ทำไมอยู่ดีๆ กระดูกถึงบวมน้ำ?

ในกรณีของคุณสมชายที่มี "ข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น" (Mild OA) ร่วมด้วย กลไกการเกิดโรคเป็นแบบนี้ครับ:

  1. เกราะป้องกันบางลง: ปกติเรามีกระดูกอ่อน (Cartilage) และหมอนรองกระดูก คอยเป็น "โช้คอัพ" รับแรงกระแทก
  2. กระดูกรับภาระหนัก: เมื่อเริ่มมีข้อเสื่อม โช้คอัพเหล่านี้เริ่มทำงานไม่ดี แรงกระแทกจากการเดินหรือวิ่ง จึงส่งผ่านลงไปที่ "เนื้อกระดูกแข็ง" โดยตรง
  3. เกิดรอยร้าวขนาดจิ๋ว (Micro-fracture): เมื่อกระดูกรับแรงกดดันซ้ำๆ จะเกิดรอยร้าวเล็กๆ ระดับไมโครสโคป
  4. น้ำซึมเข้ากระดูก: ร่างกายพยายามซ่อมแซมรอยร้าวนั้น จึงส่งเลือดและน้ำเหลืองเข้าไปยังบริเวณนั้นเยอะขึ้น จนเกิดเป็น "ภาวะบวมน้ำ" (Edema) ภายในโพรงกระดูกนั่นเอง

อาการที่ฟ้องว่าคุณอาจมีภาวะนี้:

  • ปวดลึกๆ: รู้สึกปวดตื้อๆ เหมือนปวดในแกนกระดูก ไม่ใช่ปวดแค่ผิวๆ
  • ปวดตอนกลางคืน: บางคนปวดตุบๆ จนตื่นนอน (Night pain)
  • ปวดเมื่อลงน้ำหนัก: ยิ่งเดิน ยิ่งยืน ยิ่งเจ็บ

แนวทางการตรวจวินิจฉัย

  • เอกซเรย์ (X-ray): มักจะเห็นแค่ว่าช่องว่างในข้อเข่าแคบลงนิดหน่อย (ข้อเข่าเสื่อม) แต่จะไม่เห็นรอยบวมน้ำนี้
  • เอ็มอาร์ไอ (MRI): เป็นพระเอกขี่ม้าขาวครับ จะเห็นภาพ "สีขาวสว่าง" ในเนื้อกระดูกชัดเจน ซึ่งช่วยยืนยันตำแหน่งและความรุนแรงได้ดีที่สุด

การรักษา: กู้คืนกระดูกช้ำ ให้กลับมาแข็งแรง

ข่าวดีคือ "ภาวะนี้รักษาหายได้" และกระดูกสามารถกลับมาปกติได้ครับ แต่ต้องใช้เวลาและความใจเย็น (ประมาณ 3-6 เดือน)

1. การลดภาระให้กระดูก (Off-loading) สำคัญที่สุด

เปรียบเสมือนขาเรากำลังเจ็บ ถ้าเรายังฝืนเดินย่ำลงไปแผลก็ไม่หายครับ

  • ใช้ไม้เท้า: หรือไม้ค้ำยัน (Crutches) ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก เพื่อลดแรงกดที่กระทำต่อกระดูกบริเวณนั้น
  • ลดกิจกรรมกระแทก: งดวิ่ง กระโดด หรือเดินไกลๆ ชั่วคราว เปลี่ยนไปว่ายน้ำหรือปั่นจักรยานเบาๆ แทน

2. การใช้ยา (Medication)

  • ยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs): ช่วยลดอาการปวดและการอักเสบในระยะสั้น
  • แคลเซียมและวิตามินดี: เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
  • ยากลุ่ม Bisphosphonates: (ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์) ในบางกรณีที่มีการบวมน้ำรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาที่ช่วยยับยั้งการสลายกระดูก ซึ่งมีงานวิจัยว่าช่วยลดอาการปวดและลดรอยบวมน้ำได้ดี

3. การทำกายภาพบำบัด

  • เลเซอร์กำลังสูง / อัลตราซาวด์: ช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • เสริมกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps): เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรง จะช่วยรับน้ำหนักแทนกระดูกได้ ทำให้กระดูกหายเร็วขึ้น

4. การฉีดยาเข่า (Injection)

  • น้ำเลี้ยงข้อเทียม (Hyaluronic Acid): ช่วยหล่อลื่น ลดแรงเสียดทาน ทำให้กระดูกกระทบกันน้อยลง
  • เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP): ช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของเซลล์กระดูกและกระดูกอ่อน

5. การผ่าตัด (Surgery)

  • ส่วนใหญ่ "ไม่จำเป็น" ครับ ยกเว้นในรายที่เป็นมานานแล้วไม่หาย หรือมีการวางแนวเข่าผิดปกติมากจริงๆ อาจมีการผ่าตัดปรับแนวศัลยกรรมกระดูก หรือการเจาะรูระบายความดันในกระดูก (Core Decompression) แต่น้อยรายมากที่จะไปถึงจุดนั้น

พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

  • หายได้ครับ: โดยส่วนใหญ่รอยบวมน้ำจะค่อยๆ ยุบลงและหายไปได้เองภายใน 3-9 เดือน หากเราดูแลถูกต้อง
  • สัญญาณเตือน: ภาวะนี้คือ "สัญญาณเตือนภัย" (Warning Sign) จากร่างกายว่าข้อเข่าของคุณเริ่มรับงานหนักเกินไปแล้ว ถ้าหายแล้วต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดน้ำหนัก และบริหารกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ หรือพัฒนาไปเป็นข้อเข่าเสื่อมรุนแรงในอนาคต

สรุป

สำหรับคุณสมชาย และท่านผู้อ่านที่เจอภาวะ Bone Marrow Edema

  1. อย่าตกใจ ไม่ใช่เนื้อมะเร็ง
  2. พักการเดินหนัก ใช้ไม้เท้าช่วยพยุงในช่วงแรก
  3. กินยาและทำกายภาพ ตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  4. ให้เวลากระดูกซ่อมแซม ความใจเย็นคือสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาโรคนี้ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกบวมน้ำ #BoneMarrowEdema #ปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #MRIเข่า #เจ็บเข่าลึกๆ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #เชียงใหม่


References

  1. Felson DT, et al. The association of bone marrow lesions with pain in knee osteoarthritis. Ann Intern Med. 2001;134(7):541-9. สรุป: งานวิจัยบุกเบิกที่ค้นพบว่า รอยโรคในไขกระดูก (BME) ที่เห็นใน MRI มีความสัมพันธ์โดยตรงกับอาการปวดเข่าในผู้ป่วยข้อเสื่อม คือยิ่งบวมมาก ยิ่งปวดมาก
  2. Eriksen EF. Treatment of bone marrow lesions (bone marrow edema). Bone Key Rep. 2015;4:755. สรุป: บทความทบทวนแนวทางการรักษา BME โดยเน้นย้ำความสำคัญของการลดแรงกระแทก (Off-loading) และการพิจารณาใช้ยาเพื่อช่วยเร่งการซ่อมแซมกระดูก
  3. Roemer FW, et al. Bone marrow lesions (BMLs) in osteoarthritis: What do they represent and how should we treat them? Osteoarthritis Cartilage. 2016;24(12):1993-1996. สรุป: อธิบายลักษณะทางพยาธิวิทยาของ BME ว่าเกิดจากความเครียดที่กระดูกได้รับ และเสนอแนะว่าการรักษาควรเน้นไปที่การแก้สาเหตุทางชีวกลศาสตร์ (เช่น การปรับแนวเข่า หรือลดน้ำหนัก)
  4. Guermazi A, et al. Prevalence of abnormalities in knees detected by MRI in adults without knee osteoarthritis. N Engl J Med. 2012;367:2434-2443. สรุป: การศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่า แม้แต่คนทั่วไปก็อาจพบรอย BME ได้บ้าง แต่ในกลุ่มที่มีอาการปวด รอยนี้มักจะชัดเจนและสัมพันธ์กับพยาธิสภาพของโรคข้อเสื่อม
  5. Laslett LL, et al. Zoledronic acid reduces knee pain and bone marrow lesions over 1 year: a randomised controlled trial. Ann Rheum Dis. 2012;71(8):1322-8. สรุป: งานวิจัยทางคลินิกที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้ยาในกลุ่ม Bisphosphonates ว่าสามารถช่วยลดขนาดของรอยบวมน้ำและลดอาการปวดในผู้ป่วยบางรายได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น