ลุงสมชายกับเข่าที่งอแง: เมื่อวัย 70 ไม่ได้แปลว่าต้องทนปวด และทางออกไม่ได้มีแค่ผ่าตัด
"หมอครับ ผมคงต้องผ่าตัดแล้วใช่ไหม? เดินไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านยังปวดเลยครับ เป็นๆ หายๆ มาครึ่งปีแล้ว กินยาแก้ปวดก็ดีขึ้นนิดหน่อย พอหยุดยาก็เป็นอีก สงสัยข้อเข่ามันจะพังหมดแล้ว"
น้ำเสียงที่มีความกังวลอย่างชัดเจนดังมาจากคุณลุงสมชาย ชายไทยวัย 70 ปี ที่เดินกะเผลกเข้ามาในห้องตรวจพร้อมกับลูกสาว คุณลุงเล่าว่าเมื่อก่อนเป็นคนแข็งแรงมาก ชอบปลูกต้นไม้ ชอบเดินออกกำลังกายตอนเช้า แต่พอเข้าเดือนที่ 6 ที่ผ่านมา เข่าซ้ายเริ่ม "ประท้วง"
แรกๆ ก็แค่รู้สึกขัดๆ เวลาลุกจากเก้าอี้ หรือเวลาตื่นนอนตอนเช้า ต่อมาเริ่มปวดจี๊ดๆ เวลาเดินลงน้ำหนัก จนตอนนี้ลุกลามจนทำให้ไม่อยากจะลุกไปไหน กลัวลูกหลานจะรำคาญ และที่กลัวที่สุดคือ "กลัวการผ่าตัด" ครับ
หมอเชื่อว่าเรื่องราวของคุณลุงสมชาย คือภาพสะท้อนของใครหลายคน หรืออาจจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ของท่านผู้อ่านที่กำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ วันนี้หมอเก่งขอมาเคลียร์ใจ เล่าเรื่อง "โรคข้อเข่าเสื่อม" ในมุมมองที่เข้าใจง่าย และจะบอกข่าวดีว่า... การรักษาไม่ได้จบที่การผ่าตัดเสมอไปครับ
ความจริงของ "ข้อเข่าเสื่อม" ที่หมออยากบอก
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงการรักษา เราต้องมาทำความเข้าใจกับ "เพื่อนสนิท" ที่ชื่อว่าข้อเข่าของเราก่อนครับ จินตนาการง่ายๆ ครับ ข้อเข่าของเราเหมือน "ยางรถยนต์" และ "โช้คอัพ" ที่ใช้งานมานานครับ
เวลายางรถยนต์วิ่งไปหลายๆ หมื่นกิโลเมตร ดอกยางย่อมสึกหรอเป็นธรรมดา ข้อเข่าคนเราก็เช่นกันครับ ภายในข้อเข่าจะมีผิวสัมผัสเรียบๆ ลื่นๆ เคลือบอยู่ เราเรียกว่า "กระดูกอ่อนผิวข้อ" (Articular Cartilage) เจ้าตัวนี้ทำหน้าที่เหมือนเบาะรองรับแรงกระแทก ช่วยให้กระดูกเคลื่อนไหวผ่านกันได้อย่างนุ่มนวล ไม่สะดุด
โรคข้อเข่าเสื่อม คืออะไร?
คือภาวะที่เจ้า "กระดูกอ่อน" หรือเบาะรองรับแรงกระแทกนี้ มันเริ่มบางลง สึกหรอ แตกหัก หรือหลุดร่อนออกไป ทำให้กระดูกแข็งๆ ด้านล่างมาเสียดสีกันโดยตรง ลองนึกภาพเวลาเราเอาหินสองก้อนมาถูกันครับ มันจะเกิดความร้อน เกิดการระคายเคือง และเกิดเสียงดัง "กรอบแกรบ" นั่นแหละครับคือสิ่งที่เกิดขึ้นในเข่าของคุณลุงสมชาย
ทำไมมันถึงเกิดขึ้น?
ในทางการแพทย์ เรามองว่ามันคือความไม่สมดุลครับ ปกติร่างกายเรามีการ "ซ่อมแซม" และ "ทำลาย" อยู่ตลอดเวลา ในวัยหนุ่มสาว การซ่อมแซมทำได้ไว แต่พออายุมากขึ้น หรือใช้งานหนักเกินไป การทำลายมันแซงหน้าการซ่อมแซมครับ
เมื่อกระดูกอ่อนสึก ร่างกายจะพยายามซ่อมตัวเอง แต่บางครั้งซ่อมผิดวิธี ทำให้เกิดกระดูกงอกโปนออกมาทางด้านข้าง (Osteophytes) เหมือนหินปูนเกาะ ซึ่งเจ้ากระดูกงอกนี้แหละที่ไปเบียดเนื้อเยื่อรอบๆ ทำให้เจ็บ และทำให้รูปทรงของเข่าผิดรูปไป (เช่น เข่าโก่ง) นอกจากนี้ เยื่อบุภายในข้อเข่าก็จะเกิดการอักเสบ สร้างน้ำในข้อออกมามากเกินไป ทำให้เข่าบวมตุ่ยๆ นั่นเองครับ
อาการสัญญาณเตือน ที่บอกว่า "เข่าเริ่มเสื่อม"
ลองเช็คดูนะครับว่าท่านหรือญาติผู้ใหญ่มีอาการเหล่านี้ไหม
- ปวดเมื่อเคลื่อนไหว: เดินแล้วปวด ลุกยืนแล้วปวด แต่พอนั่งพักแล้วหาย
- ข้อฝืดตึง: โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือหลังจากนั่งนานๆ ขยับลำบาก แต่พอลุกเดินสักพัก (ไม่เกิน 30 นาที) ก็จะเริ่มคล่องตัวขึ้น
- เสียงดังในเข่า: ได้ยินเสียงกรอบแกรบ หรือรู้สึกเหมือนทรายสีกันเวลาขยับเข่า
- กดเจ็บ: กดเจ็บบริเวณขอบกระดูกข้อเข่า
- ข้อผิดรูป: เข่าเริ่มโก่งออกด้านนอก (ขาโก่ง) หรือโก่งเข้าด้านใน
- ขนาดข้อใหญ่ขึ้น: อาจเกิดจากกระดูกงอก หรือมีน้ำขังในข้อเข่า
ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?
- อายุ: ชัดเจนที่สุดครับ ยิ่งอายุมาก ยิ่งใช้งานมานาน (เหมือนคุณลุงสมชายวัย 70 ปี)
- น้ำหนักตัวเกิน: อันนี้สำคัญมาก เข่าเราต้องรับน้ำหนักตัวทุกก้าวย่าง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเพียง 1 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงกระทำต่อเข่าถึง 3-4 กิโลกรัมเวลาเดิน!
- การบาดเจ็บในอดีต: เคยเอ็นฉีก หมอนรองกระดูกเข่าฉีก หรือกระดูกหักบริเวณเข่า จะเร่งให้เสื่อมเร็วขึ้น
- การใช้งาน: อาชีพที่ต้องนั่งยองๆ คุกเข่า หรือยกของหนักบ่อยๆ
- พันธุกรรม: บางครอบครัวกระดูกอ่อนอาจจะไม่แข็งแรงเท่าคนอื่น
เมื่อไหร่ต้องไปตรวจ? และหมอจะตรวจอะไรบ้าง?
หากมีอาการปวดเรื้อรังเกิน 2-3 สัปดาห์ หรือกินยาแก้ปวดเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรมาพบแพทย์ครับ การวินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะถามเรื่องลักษณะการปวด ช่วงเวลาที่ปวด และกิจกรรมที่ทำ และจะทำการตรวจดูการเดิน การเหยียดงอเข่า ดูว่าเข่าบวมไหม กดเจ็บตรงไหน และดูความมั่นคงของเส้นเอ็น
2. การถ่ายภาพรังสี (X-ray): อันนี้คือมาตรฐานทองคำสำหรับการวินิจฉัยครับ ในท่ายืนลงน้ำหนัก เราจะเห็นเลยว่า "ช่องว่างระหว่างกระดูก" (Joint Space) มันแคบลงไหม? (ถ้าแคบแปลว่ากระดูกอ่อนหายไป) มีกระดูกงอก (Osteophytes) หรือไม่? และแนวกระดูกขาโก่งหรือไม่ หมอขอย้ำว่า: ในคนไข้ส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องทำ MRI ครับ เอ็กซเรย์ธรรมดาก็เพียงพอแก่การวินิจฉัยและวางแผนรักษาแล้ว ยกเว้นหมอสงสัยว่ามีโรคอื่นซ่อนอยู่ เช่น หมอนรองกระดูกฉีกขาด หรือเนื้องอก
3. การตรวจเลือด (Laboratory tests): จริงๆ แล้วโรคข้อเข่าเสื่อม ผลเลือดมักจะปกติครับ แต่หมออาจจะเจาะเพื่อ "ตัดโรคอื่นออก" เช่น โรคเก๊าท์ (ดูค่ายูริก) หรือ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หากลักษณะอาการมันคล้ายคลึงกัน
เป็นแล้วรักษาหายไหม? ต้องดูแลอย่างไร?
คำถามยอดฮิตคือ "หายขาดไหมครับหมอ?" หมอต้องเรียนตามตรงว่า โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคของความเสื่อมตามวัย "ไม่หายขาด แต่รักษาให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ และชะลอไม่ให้เป็นหนักขึ้นได้" ครับ เป้าหมายของเราไม่ใช่ทำให้เข่ากลับไปเป็นเด็กอายุ 18 แต่คือการทำให้คุณลุงสมชายกลับไปเดินรดน้ำต้นไม้ได้โดยไม่ปวด หรือปวดน้อยที่สุด
แนวทางการรักษา (Step-by-Step)
เราจะเริ่มจากเบาไปหาหนักเสมอครับ
1. การปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด!)
- ลดน้ำหนัก: เป็นยาวิเศษขนานเอก หากลดน้ำหนักได้ 5-10% ของน้ำหนักตัว อาการปวดจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- เลี่ยงท่าทำร้ายเข่า: นั่งยองๆ นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ คุกเข่า หรือขึ้นลงบันไดบ่อยๆ ให้เปลี่ยนมานั่งเก้าอี้ห้อยขา หรือใช้ชักโครกแบบนั่งราบ
- ออกกำลังกาย: หลายคนปวดแล้วหยุดเดิน ยิ่งหยุด กล้ามเนื้อยิ่งลีบ เข่ายิ่งไม่มั่นคง ต้องบริหารกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) ให้แข็งแรง เพื่อช่วยพยุงข้อเข่า (ท่าบริหารง่ายๆ คือ นั่งเก้าอี้ เหยียดขาตรงเกร็งค้างไว้ 10 วินาที ทำบ่อยๆ)
- ออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ (Low Impact): เช่น ว่ายน้ำ เดินในน้ำ หรือปั่นจักรยานอยู่กับที่
2. การใช้ยา (Pharmacotherapy)
- ยาทาภายนอก: ยาเจลกลุ่มแก้ปวดต้านการอักเสบ (NSAIDs gel) ปลอดภัยและได้ผลดีในรายที่ปวดไม่มาก
- ยาพาราเซตามอล: แก้ปวดเบื้องต้น ปลอดภัย แต่ต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม
- ยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs): ช่วยลดปวดและลดการอักเสบได้ดี แต่ในผู้สูงอายุต้องระวังผลข้างเคียงเรื่องกระเพาะอาหาร ความดันโลหิต และไต
3. การฉีดยาเข้าข้อเข่า (Intra-articular Injection) หากกินยาและกายภาพแล้วยังปวด หมออาจพิจารณาฉีดยา โดยปัจจุบันเรามีเทคโนโลยี Ultrasound (อัลตราซาวนด์) ช่วยนำทางเข็ม เพื่อให้ยาเข้าไปในตำแหน่งที่ถูกต้องแม่นยำ ไม่เจ็บเนื้อเยื่อข้างเคียง
- สเตียรอยด์ (Steroid): ลดปวดและอักเสบได้เร็วมาก เหมาะกับช่วงที่ปวดอักเสบเฉียบพลัน (เข่าบวมแดง) แต่ไม่ควรฉีดบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้กระดูกอ่อนเสียระยะยาวได้
- น้ำเลี้ยงข้อเทียม (Hyaluronic Acid): ทำหน้าที่เหมือน "น้ำมันหล่อลื่น" ช่วยให้ข้อเคลื่อนไหวลื่นขึ้น ลดแรงเสียดทาน เหมาะกับระยะปานกลาง
- เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP - Platelet Rich Plasma): การนำเลือดคนไข้มาปั่นแยกเอาเกล็ดเลือดที่มี Growth Factor ฉีดกลับเข้าไปเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซม ลดการอักเสบ เป็นทางเลือกใหม่ที่เริ่มได้รับความนิยม
4. การผ่าตัด (Surgery) "ลุงต้องผ่าตัดไหม?" คำตอบคือ "เก็บไว้เป็นไพ่ใบสุดท้าย" ครับ เราจะผ่าตัดก็ต่อเมื่อ:
- รักษาทุกวิธีข้างต้นอย่างเต็มที่แล้ว 3-6 เดือน อาการไม่ดีขึ้น
- เข่าโก่งผิดรูปมาก จนเดินลำบาก
- อาการปวดรบกวนชีวิตประจำวันอย่างมาก หรือปวดจนนอนไม่หลับ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement) ปัจจุบันได้ผลดีมาก เทคโนโลยีข้อเทียมดีขึ้น พักฟื้นไว แต่ถ้ายังไหว หมอก็อยากให้ลองวิธีอื่นก่อนครับ
สรุป
สำหรับคุณลุงสมชายและผู้สูงอายุทุกท่านที่มีอาการปวดเข่า หมออยากบอกว่า "อย่าทนปวด และอย่ากลัวหมอ" ครับ การมาพบแพทย์เร็ว จะช่วยให้เราวางแผนการรักษาได้ง่ายกว่า ยิ่งปล่อยไว้นาน กล้ามเนื้อจะลีบ ข้อจะยึด การรักษาก็จะยากขึ้น
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราสามารถอยู่ร่วมกับมันได้อย่างมีความสุข เพียงแค่เข้าใจ ปรับพฤติกรรม ลดน้ำหนัก และบริหารกล้ามเนื้อ ท่านก็จะสามารถกลับไปเดินรดน้ำต้นไม้ หรือไปเที่ยวกับลูกหลานได้อย่างสบายใจขึ้นแน่นอนครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #ผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดเข่าเรื้อรัง #ฉีดยาข้อเข่า #ไม่ต้องผ่าตัด #ดูแลข้อเข่า
Reference
- Kolasinski SL, et al. 2019 American College of Rheumatology/Arthritis Foundation Guideline for the Management of Osteoarthritis of the Hand, Hip, and Knee. Arthritis Rheumatol. 2020;72(2):220-233.
- (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติปี 2019 จากอเมริกา เน้นย้ำเรื่องการออกกำลังกายและการลดน้ำหนักเป็นหัวใจหลักในการรักษาข้อเข่าเสื่อม มากกว่าการใช้ยา)
- Bannuru RR, et al. OARSI guidelines for the non-surgical management of knee, hip, and polyarticular osteoarthritis. Osteoarthritis Cartilage. 2019;27(11):1578-1589.
- (สรุป: คำแนะนำจากสมาคมวิจัยโรคข้อเสื่อมนานาชาติ แนะนำการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ทั้งการกายภาพ การใช้ยา และการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสม)
- Jevsevar DS. Treatment of Osteoarthritis of the Knee: Evidence-Based Guideline, 2nd Edition. J Am Acad Orthop Surg. 2013;21(9):571-576.
- (สรุป: แนวทางจากสมาคมศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์อเมริกา รวบรวมหลักฐานการรักษาข้อเข่าเสื่อมที่มีประสิทธิภาพ และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง)
- Bruyère O, et al. An updated algorithm recommendation for the management of knee osteoarthritis from the European Society for Clinical and Economic Aspects of Osteoporosis, Osteoarthritis and Musculoskeletal Diseases (ESCEO). Semin Arthritis Rheum. 2019;49(3):337-350.
- (สรุป: ข้อแนะนำจากฝั่งยุโรป จัดลำดับขั้นตอนการรักษา ตั้งแต่การใช้ยาพื้นฐานไปจนถึงการผ่าตัด ให้เหมาะสมกับระยะของโรค)
- Mora, J.C., Przkora, R. & Cruz-Almeida, Y. Knee osteoarthritis: pathophysiology and current treatment modalities. J Pain Res. 2018;11:2189–2196.
- (สรุป: อธิบายกลไกการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมอย่างละเอียด และภาพรวมการรักษาทั้งแบบใช้ยาและไม่ใช้ยาในปัจจุบัน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น