"เดินไม่ได้ ขาโก่ง ปวดจนนอนไม่หลับ" เมื่อข้อเข่าเสื่อมเดินทางมาถึง 'ระยะที่ 4' การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือ 'การคืนชีวิตใหม่' ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด
"หมอเก่งช่วยยายด้วย ยายไม่อยากผ่าตัด ยายกลัวเดินไม่ได้... แต่ตอนนี้ยายทรมานเหลือเกิน จะลุกไปเข้าห้องน้ำทีน้ำตาแทบไหล"
เสียงสั่นเครือของ "คุณยายแดง" วัย 72 ปี ที่นั่งรถเข็นเข้ามาในห้องตรวจ ขาของคุณยายโก่งออกด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด (Bow leg) เข่าบวมเป่ง และเหยียดขาได้ไม่สุด คุณยายเล่าว่าทนปวดมาหลายปี กินยาจนกระเพาะเริ่มประท้วง ฉีดยามาหลายเข็มแล้วก็แค่ทุเลา สุดท้ายก็กลับมาปวดจนไม่อยากขยับตัว
ลูกหลานก็กังวลครับ ใจหนึ่งก็สงสารแม่ อยากให้หายปวด แต่อีกใจก็กลัวว่า
"ผ่าแล้วจะเดินได้จริงไหม? แก่ป่านนี้แล้วจะฟื้นตัวไหวเหรอ?"
วันนี้หมอเก่งขอรับหน้าที่เป็นลูกหลานหมอ มาจับเข่าคุย (แบบเบาๆ) ให้ฟังถึงความจริงของ "ข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้าย (ระยะที่ 4)" และกระบวนการ "ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม" แบบหมดเปลือก ตั้งแต่เตรียมตัว ผ่าตัด จนถึงกลับบ้าน เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่า นี่ไม่ใช่การผ่าตัดที่น่ากลัว แต่คือการ "ซ่อมแซมคืนความสุข" ให้ท่านกลับมาเดินได้อีกครั้งครับ
ความจริงของ "ข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4" (End-Stage Osteoarthritis)
ก่อนอื่นต้องยอมรับความจริงก่อนครับว่า เมื่อเข่าเสื่อมมาถึงระยะที่ 4 แปลว่า "กระดูกอ่อนผิวข้อหลุดร่อนไปเกือบหมดแล้ว"
เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนยางรถยนต์ที่ดอกยางหมดเกลี้ยง จนเหลือแต่ล้อแม็กซ์วิ่งบดกับถนนครับ
- ภาวะกระดูกชิดกระดูก (Bone on Bone): ไม่มีเบาะรองรับแรงกระแทกเหลืออยู่ เวลาเดินกระดูกแข็งๆ จะเสียดสีกันโดยตรง
- โครงสร้างผิดรูป: ขาจะโก่งออก หรือบิดเบี้ยว ทำให้เส้นเอ็นยึดรั้ง
- การรักษาด้วยยา/ฉีดยา: ในระยะนี้มัก "ไม่ได้ผล" หรือได้ผลน้อยมาก เพราะยาไม่สามารถสร้างผิวกระดูกใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ เหมือนเราเอายาแก้ปวดไปทาที่ยางรถยนต์ที่แตก มันก็ไม่ได้ทำให้ยางกลับมาดีขึ้นครับ
ดังนั้น "การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement - TKR)" จึงเป็นทางออกมาตรฐานระดับโลก ที่จะช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุครับ
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด: "เตรียมพร้อมดี มีชัยไปกว่าครึ่ง"
การผ่าตัดสมัยใหม่ปลอดภัยสูงมากครับ แต่เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด เราต้องเตรียมตัวเหมือนนักกีฬาจะลงแข่งครับ
1. ตรวจร่างกายอย่างละเอียด (Pre-operative assessment) หมอจะตรวจดูความพร้อมของ "ระบบเครื่องยนต์" ในร่างกายท่านครับ
- โรคประจำตัว: เบาหวาน (ต้องคุมน้ำตาลให้ดี แผลจะได้หายไว), ความดันโลหิต, และที่สำคัญคือ "โรคหัวใจ" หมอจะส่งตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อความชัวร์
- ฟัน: เชื่อไหมครับว่าต้องตรวจฟัน! หากมีฟันผุหรือเหงือกอักเสบ ต้องรักษาก่อน เพราะเชื้อโรคในปากอาจเดินทางผ่านกระแสเลือดไปติดเชื้อที่ข้อเข่าเทียมได้
- ยาที่ทานอยู่: ต้องแจ้งหมอทุกตัว โดยเฉพาะ "ยาละลายลิ่มเลือด" (เช่น Aspirin, Warfarin) เพราะต้องหยุดยาก่อนผ่าตัดประมาณ 7-10 วัน เพื่อป้องกันเลือดออกมาก
2. เตรียมร่างกาย (Pre-habilitation)
- ฝึกกล้ามเนื้อรอ: ยิ่งกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงก่อนผ่า หลังผ่าจะฟื้นตัวไวมาก ให้คุณยายฝึก "เกร็งต้นขา" (นั่งเก้าอี้ เหยียดขาตรง เกร็งค้างไว้ 10 วินาที) ทำบ่อยๆ เท่าที่ไหว
- ฝึกหายใจ: เป่าลูกบอลบริหารปอด เพื่อป้องกันปอดแฟบ
- คุมน้ำหนัก: หากลดน้ำหนักได้สักนิดก่อนผ่า จะช่วยลดภาระของเข่าใหม่ได้เยอะครับ
3. เตรียมบ้าน (Home Modification)
- ห้องนอน: ถ้าเป็นไปได้ ช่วงแรกควรนอนชั้นล่าง ไม่ต้องปีนบันได
- ห้องน้ำ: ติดราวจับ (Grab bars) หาเก้าอี้นั่งอาบน้ำที่มั่นคง และใช้ชักโครกแบบนั่งราบ (ถ้าเป็นส้วมซึม ต้องเปลี่ยนนะครับ)
- พื้นบ้าน: เก็บพรม สายไฟ หรือของระเกะระกะ เพื่อป้องกันการสะดุดล้ม
วันผ่าตัด: "หลับตื่นมา... ก็ได้เข่าใหม่"
หลายคนกลัวเจ็บ กลัวไม่ฟื้น หมออยากบอกว่าเทคโนโลยีวิสัญญีแพทย์ (หมอดมยา) เดี๋ยวนี้ก้าวหน้าไปไกลมากครับ
- การระงับความรู้สึก: ส่วนใหญ่เราจะใช้การ "บล็อกหลัง" (Spinal Block) ครับ คือทำให้ชาตั้งแต่เอวลงไป คนไข้จะรู้สึกตัวแต่ไม่เจ็บ หรือหมออาจให้ยานอนหลับอ่อนๆ ให้เคลิ้มหลับไป ตื่นมาก็เสร็จแล้ว ไม่น่ากลัวครับ
- ขั้นตอนการผ่าตัด: หมอจะเข้าไป "เจียร" ผิวข้อที่เสื่อม ขรุขระ ออกไป (เหมือนหมอฟันกรอท่อครอบฟัน) แล้วสวม "ผิวข้อเทียม" ที่ทำจากโลหะ Cobalt Chrome เข้าไป แล้วคั่นกลางด้วย "พลาสติกชนิดพิเศษ" (Polyethylene) ที่ทำหน้าที่แทนหมอนรองกระดูก
- เทคโนโลยี: ปัจจุบันมีเทคโนโลยี Computer Assisted Surgery หรือ Robot-assisted ช่วยให้หมอวางตำแหน่งข้อเทียมได้แม่นยำระดับมิลลิเมตร ทำให้ข้อเข่าใช้งานได้นานและเป็นธรรมชาติที่สุด
- เวลา: ใช้เวลาผ่าตัดจริงๆ เพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้นครับ
หลังผ่าตัด: "ลุกยืนได้ ตั้งแต่วันแรก!"
หมอไม่ได้พูดเล่นนะครับ แนวทางสมัยใหม่คือ "ERAS (Enhanced Recovery After Surgery)" เน้นให้ขยับเร็ว ฟื้นตัวไว
1. ช่วงอยู่โรงพยาบาล (3-5 วัน)
- 24 ชั่วโมงแรก: หลังยาชาหมดฤทธิ์ หมอจะให้ยาแก้ปวดอย่างเต็มที่ (Multimodal Pain Management) ไม่ต้องกลัวปวดครับ พยาบาลและนักกายภาพจะพา "ลุกยืนและเดิน" ด้วย Walker ทันที เพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตันและให้กล้ามเนื้อจำงาน
- วันที่ 2-3: ฝึกเดินไปเข้าห้องน้ำ ฝึกงอเข่าเหยียดเข่า
- วันที่ 4-5: ถ้าแผลแห้งดี เดินคล่อง ไม่มีไข้ ก็เตรียมกลับบ้านได้ครับ
2. การดูแลตัวเองที่บ้าน (Home Care)
- แผลผ่าตัด: ห้ามโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม (ประมาณ 10-14 วัน) หมอจะมีพลาสเตอร์กันน้ำปิดให้
- การประคบ: ประคบเย็นบริเวณรอบๆ เข่า เพื่อลดบวมและลดปวด ได้ผลดีมากครับ
- ยา: ทานยาตามแพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด (ในบางราย)
3. กายภาพบำบัด (หัวใจสำคัญของความสำเร็จ) การผ่าตัดคือ 50% อีก 50% คือการกายภาพครับ
- ฝึกงอเข่า: ต้องพยายามงอเข่าให้ได้มุมมากขึ้นเรื่อยๆ เป้าหมายคือ >90 องศา เพื่อให้นั่งเก้าอี้สบาย
- ฝึกเหยียดเข่า: ต้องเหยียดให้ตรงสุด อย่าเอาหมอนรองใต้เข่าตลอดเวลา เพราะจะทำให้ข้อติดในท่างอ
- ฝึกเดิน: ช่วงแรกใช้ Walker (4 ขา) ช่วยพยุง พอความมั่นใจมา กล้ามเนื้อมา ก็ค่อยเปลี่ยนเป็นไม้เท้า และเดินตัวเปล่าในที่สุด
สรุป: ชีวิตใหม่ที่รออยู่
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ไม่ใช่การตัดขา แต่เป็นการ "เปลี่ยนอะไหล่" ครับ หลังผ่าตัดและฟื้นตัวเต็มที่ (ประมาณ 3-6 เดือน) คุณยายแดงจะ:
- หายปวด แบบปลิดทิ้ง (Goodbye Pain!)
- ขาตรงสวย ไม่โก่ง เสียบุคลิกอีกต่อไป
- กลับไปใช้ชีวิตได้ เดินไปตักบาตร ไปเที่ยวกับลูกหลาน หรือเดินออกกำลังกายในสวนได้
หมออยากบอกว่า หากเป็นระยะที่ 4 แล้ว อย่าฝืนทนปวดเลยครับ เทคโนโลยีการแพทย์พร้อมช่วยท่านเสมอ ขอแค่เตรียมใจและเตรียมตัวให้พร้อม ชีวิตอิสระรอท่านอยู่ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้าย #ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม #ข้อเข่าเทียม #เตรียมตัวผ่าตัดเข่า #กายภาพหลังผ่าตัดเข่า #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ผู้สูงอายุสุขภาพดี #เดินไม่ได้
Reference
- American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Surgical Management of Osteoarthritis of the Knee: Evidence-Based Clinical Practice Guideline. AAOS. 2015.
- (สรุป: แนวทางปฏิบัติมาตรฐานจากอเมริกา ยืนยันประสิทธิผลของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยระยะรุนแรง ช่วยลดปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้จริง)
- Carr, A.J., et al. Knee replacement. Lancet. 2012;379(9823):1331-1340.
- (สรุป: บทความวิชาการระดับโลกที่ระบุว่า การผ่าตัดข้อเข่าเทียมเป็นการผ่าตัดที่คุ้มค่าและประสบความสำเร็จที่สุดอย่างหนึ่งในทางการแพทย์)
- Kehlet H. Enhanced Recovery After Surgery (ERAS): good for now, but what about the future? Can J Anaesth. 2015;62(2):99-104.
- (สรุป: แนวคิดการฟื้นตัวไวหลังผ่าตัด (ERAS) ที่หมอเก่งนำมาใช้ ช่วยให้คนไข้ลุกเดินได้เร็วขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อน และกลับบ้านได้ไวขึ้น)
- National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Osteoarthritis: care and management. Clinical guideline [CG177]. 2014.
- (สรุป: คำแนะนำจากอังกฤษ ระบุว่าควรพิจารณาผ่าตัดเมื่ออาการปวดรบกวนการใช้ชีวิตและรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผลแล้ว)
- Pagnano, M.W., et al. Pain management in total knee arthroplasty. J Am Acad Orthop Surg. 2006.
- (สรุป: การจัดการความปวดแบบพหุวิธี (Multimodal) ช่วยให้คนไข้หลังผ่าตัดปวดน้อยลงมาก และทำกายภาพได้ดีขึ้น)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น