ปวดเข่าแบบไหนคือ "เก๊าท์" แบบไหนคือ "เสื่อม" สังเกตเองได้ ไม่ต้องรอให้เดินไม่ไหว
"คุณหมอครับ ผมตื่นมาตอนเช้าก้าวขาไม่ออกเลย ปวดเข่าจี๊ดเหมือนเข็มทิ่ม แต่มันไม่ได้ปวดตลอดนะ บางวันก็ดี บางวันก็แย่ สรุปผมเป็นเก๊าท์หรือเข่าเสื่อมกันแน่ครับ?"
ประโยคนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่ผมได้ยินในห้องตรวจแทบทุกวันครับ ล่าสุดมีคนไข้ท่านหนึ่งชื่อ "น้าสมชาย" (นามสมมติ) อายุประมาณ 55 ปี เดินกะเผลกเข้ามาหาผม พร้อมกับสีหน้าที่ดูทรมานมาก น้าแกบอกว่าไปซื้อยาแก้ปวดเก๊าท์มากินเองตั้งนานแต่ไม่หาย พอตรวจดูจริงๆ ปรากฏว่าเป็นข้อเข่าเสื่อมครับ เรื่องนี้บอกอะไรเรา? มันบอกว่าถ้าเรา "ทายโรคผิด" การรักษาก็ผิดทาง และเสียเวลาเจ็บตัวไปเปล่าๆ ครับ
วันนี้หมอจะมาชวนคุยให้กระจ่างครับว่า อาการปวดเข่าที่ดูคล้ายกัน จริงๆ แล้วมันมีความต่างที่สังเกตได้ไม่ยากเลย
ความจริงที่ต้องรู้: เข่าเสื่อมกับเก๊าท์ หนังคนละม้วน
ถ้าจะให้เปรียบเทียบง่ายๆ ให้เห็นภาพนะครับ
โรคข้อเข่าเสื่อม เหมือนกับ "ยางรถยนต์ที่ดอกยางหมด" ครับ ยิ่งใช้รถมานาน วิ่งมาเยอะ ยางก็ค่อยๆ สึกหรอไปตามกาลเวลา ชิ้นส่วนในข้อเข่ามันสึกหรอจนกระดูกมาเสียดสีกันเอง ส่วน โรคเก๊าท์ เหมือนกับมี "เศษแก้วเล็กๆ ไปตกอยู่ในยาง" ครับ เศษแก้วนั้นคือผลึกของกรดยูริกที่แหลมคม พอไปอยู่ในข้อเข่าเมื่อไหร่ มันก็ทิ่มแทงจนเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงขึ้นมาทันที
โรคเก๊าท์: พายุที่มาเร็วและแรง
โรคเก๊าท์เกิดจากร่างกายมี "กรดยูริก" ในเลือดสูงเกินไป จนมันล้นออกมาตกตะกอนเป็นผลึกใสๆ แหลมๆ อยู่ในข้อครับ
อาการที่สังเกตได้:
- มาแบบเฉียบพลัน: เมื่อคืนยังดีๆ อยู่เลย ตื่นเช้ามาปวดจนเดินไม่ได้
- ปวด แดง ร้อน: ข้อเข่าจะบวมเป่ง แดงก่ำ และรู้สึกร้อนวาบที่ผิวหนัง แค่เอาผ้าห่มไปโดนก็สะดุ้งแล้ว
- เป็นๆ หายๆ: ปวดหนักๆ อยู่ 3-5 วัน แล้วจู่ๆ ก็หายสนิทเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แต่เดี๋ยวก็กลับมาเป็นใหม่
โรคข้อเข่าเสื่อม: ความล้าที่สะสมมานาน
ส่วนข้อเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อที่เคยลื่นๆ นุ่มๆ มันบางลงและขรุขระครับ
อาการที่สังเกตได้:
- ปวดแบบค่อยเป็นค่อยไป: ไม่ได้ปวดปุ๊บปั๊บ แต่จะรู้สึกตึงๆ ขัดๆ มาเป็นเดือนเป็นปี
- สัมพันธ์กับการใช้งาน: ยิ่งเดินเยอะยิ่งปวด ยิ่งขึ้นลงบันไดยิ่งเสียวแปลบในเข่า แต่พอได้นั่งพักอาการจะดีขึ้น
- เสียงในข้อ: เวลาลุกนั่งจะมีเสียง "กร๊อบแกร๊บ" เหมือนกระดูกเสียดสีกัน
- ข้อฝืดตอนเช้า: ตื่นมาจะรู้สึกเข่าแข็งๆ ต้องขยับไปมาสักพักถึงจะลื่นขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ "เข่า" มีปัญหา
ถ้าถามว่าใครบ้างที่ต้องระวัง? หมอขอแยกแบบนี้ครับ
คนเสี่ยง เก๊าท์ มักจะเป็นคุณผู้ชายวัยกลางคน หรือผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ชอบทานอาหารที่มีพิวรีนสูง (เช่น เครื่องในสัตว์ ยอดผักบางชนิด สัตว์ปีก) ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย หรือมีโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิตสูงและโรคไต
ส่วนคนเสี่ยง เข่าเสื่อม คือกลุ่มผู้สูงอายุ คนที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ (เพราะเข่าต้องรับน้ำหนักเหมือนแบกกระสอบข้าวสารตลอดเวลา) หรือคนที่เคยประสบอุบัติเหตุบริเวณเข่ามาก่อนครับ
เมื่อมาหาหมอ เราจะตรวจอะไรกันบ้าง?
หลายคนกลัวการมาโรงพยาบาลเพราะคิดว่าจะต้องเจ็บตัว แต่จริงๆ แล้วการตรวจเพื่อแยกสองโรคนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ
- การซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะขอดูตำแหน่งที่ปวด ดูว่าบวมแดงไหม หรือมีจุดไหนที่กดแล้วเจ็บเป็นพิเศษ
- การเจาะเลือด: สำหรับเก๊าท์ เราจะดูระดับ "กรดยูริก" ในเลือดครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าบางคนปวดเก๊าท์อยู่แต่ค่าเลือดอาจจะปกติก็ได้ หมอจึงต้องดูอาการอื่นประกอบ
- การเอกซเรย์ (X-ray): วิธีนี้เห็นชัดมากสำหรับ "เข่าเสื่อม" ครับ เราจะเห็นช่องว่างระหว่างข้อเข่าที่แคบลง หรือเห็นกระดูกงอกที่ขอบข้อ
- การอัลตราซาวด์ (Ultrasound): เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้หมอเห็นการอักเสบข้างใน หรือเห็นตะกอนของเก๊าท์ที่เกาะอยู่ตามผิวกระดูกได้แบบสดๆ เลยครับ
- การเจาะน้ำในข้อ: ในกรณีที่แยกยากจริงๆ หมออาจจะใช้เข็มเล็กๆ ดูดน้ำในข้อไปส่องกล้องจุลทรรศน์ ถ้าเจอผลึกแหลมๆ ก็ฟันธงได้ทันทีว่าเป็นเก๊าท์ครับ
แนวทางการรักษา: ทางออกของคนปวดเข่า
ถ้าเป็นเก๊าท์: เป้าหมายคือ "ลดปวด" และ "คุมระดับยูริก" ครับ ช่วงปวดหนักๆ หมอจะให้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาเฉพาะทางอย่างโคลชิซิน (Colchicine) หลังจากหายปวดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับอาหารและกินยาลดกรดยูริกอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มันกลับมาอักเสบซ้ำจนข้อพังครับ
ถ้าเป็นเข่าเสื่อม: เราเน้น "รักษาข้อที่มีอยู่ให้ใช้นานที่สุด" ครับ
- ปรับพฤติกรรม: ลดน้ำหนัก เลี่ยงการนั่งยองๆ หรือพับเพียบ
- การใช้ยา: กินยาแก้ปวดเมื่อมีอาการ หรือกินสารเสริมข้อเข่าตามคำแนะนำหมอ
- การฉีดยา: ปัจจุบันมีการใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยนำทางตอนฉีด ทำให้แม่นยำมากครับ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม หรือฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล และคนใช้ชีวิตลำบากจริงๆ เท่านั้นครับ
พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?
"โรคเก๊าท์" เป็นโรคที่ คุมได้ ครับ ถ้ากินยาและคุมอาหารดีๆ คุณจะไม่มีอาการปวดเลยตลอดชีวิต เหมือนคนปกติทั่วไป แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา ข้อจะผิดรูปและไตจะทำงานหนักจนวายได้ครับ
ส่วน "ข้อเข่าเสื่อม" เป็นเรื่องของ ความเสื่อมตามวัย เราไม่สามารถทำให้เข่ากลับไปใสปิ๊งเหมือนตอนอายุ 15 ได้ แต่เราสามารถ "ชะลอ" มันไว้ได้ครับ ทำให้คุณเดินเที่ยวกับหลานๆ หรือไปทำบุญที่วัดได้โดยไม่ทรมาน โอกาสที่จะกลับมาปวดอีกมีไหม? มีครับถ้าเรากลับไปใช้งานหนักเกินไป แต่ถ้าดูแลกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรง เข่าก็จะอยู่กับเราไปได้นานแสนนาน
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
อย่าปล่อยให้ปวดเรื้อรังนะครับ เพราะถ้าเป็นเก๊าท์แล้วไม่รักษา ผลึกจะกลายเป็นก้อนแข็งๆ (Toffee) ตามข้อต่างๆ ทำให้ใส่รองเท้าไม่ได้ หรือนิ้วบิดเบี้ยว ส่วนเข่าเสื่อมถ้าปล่อยไว้จนขากดโก่ง การเดินจะลำบากมาก จนลามไปปวดหลัง ปวดสะโพก เพราะร่างกายพยายามเดินเอียงๆ เพื่อชดเชยน้ำหนักครับ
สรุป
ปวดเข่าไม่ได้เท่ากับแก่เสมอไป และไม่ได้เท่ากับเก๊าท์เสมอไปครับ หัวใจสำคัญคือการสังเกตอาการตัวเอง "ปวดเฉียบพลัน บวม แดง ร้อน" นึกถึงเก๊าท์ "ปวดเรื้อรัง ขัดในข้อ ยิ่งเดินยิ่งเจ็บ" นึกถึงเข่าเสื่อม การรู้เร็วรักษาไว จะช่วยให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่ต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #โรคเก๊าท์ #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ฉีดเข่าด้วยอัลตราซาวด์ #ดูแลเข่า #ปวดข้อ
Reference (Vancouver Style)
- Katz JN, Arant KR, Loeser RF. Diagnosis and Treatment of Hip and Knee Osteoarthritis: A Review. JAMA. 2021;325(6):568–578. (สรุป: แนวทางการวินิจฉัยและรักษาข้อเข่าเสื่อมที่เป็นปัจจุบัน เน้นการปรับพฤติกรรมและการรักษาที่ไม่ใช่การผ่าตัดเป็นอันดับแรก)
- Dalbeth N, Gosling AL, Gaffo A, Terkeltaub R. Gout. Lancet. 2021;397(10287):1843–1855. (สรุป: ข้อมูลเจาะลึกเรื่องโรคเก๊าท์ ตั้งแต่กลไกการเกิดโรคจนถึงการจัดการระดับกรดยูริกในระยะยาวเพื่อป้องกันข้ออักเสบซ้ำ)
- FitzGerald JD, Dalbeth N, Koppananthert T, et al. 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Gout. Arthritis Care Res (Hoboken). 2020;72(6):744–760. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐานโลกในการดูแลผู้ป่วยเก๊าท์ การใช้ยาอย่างเหมาะสม และการดูแลตนเอง)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น