ข้อเข่าเสื่อม VS เกาต์เทียม: คู่หูตัวร้ายที่ชอบมาแพ็กคู่! (ทำไมรักษาเสื่อมแล้วยังปวดจี๊ด?)
"หมอคะ... ป้าก็กินยาบำรุงข้อตามที่หมอสั่งมาตลอด ทำไมอยู่ดีๆ เมื่อคืนเข่ามันบวมเป่งจนเดินไม่ได้เลยคะ?"
เสียงโอดโอยของ "คุณป้าสมร" วัย 75 ปี ที่ผมนัดติดตามอาการโรคข้อเข่าเสื่อมมาเป็นปีๆ ปกติป้าสมรจะมีอาการปวดรำคาญ ปวดหนึบๆ เวลาเดินเยอะ หรือขึ้นลงบันได แต่วันนี้ภาพที่เห็นต่างไปโดยสิ้นเชิงครับ
เข่าข้างขวาของป้าบวมแดงก่ำ ร้อนจี๋ ผิวหนังตึงเปรี้ยะ แค่ลมพัดผ่านยังสะดุ้ง ป้าสมรเข้าใจว่า "สงสัยข้อเสื่อมมันกำเริบหนักจนกระดูกแตกแน่ๆ"
แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นครับ... สิ่งที่เกิดขึ้นกับป้าสมรคือภาวะที่หมอเรียกว่า "เคราะห์ซ้ำกรรมซัด" หรือการมาเจอกันของโรคคู่หูที่สนิทกันมาก นั่นคือ "โรคข้อเข่าเสื่อม" และ "โรคเกาต์เทียม"
หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าปวดเข่าในคนแก่มีแค่ "ข้อเสื่อม" อย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว มีผู้สูงอายุจำนวนมากที่มี "ระเบิดเวลา" (ผลึกเกาต์เทียม) ซ่อนอยู่ในข้อที่กำลังเสื่อม โดยไม่รู้ตัว วันนี้หมอเก่งจะมาเล่าให้ฟังว่า ทำไมสองโรคนี้ถึงชอบมาด้วยกัน และเราจะจัดการอย่างไรให้กลับมาเดินปร๋อได้เหมือนเดิมครับ
ทำไมสองโรคนี้ถึงเป็น "เพื่อนสนิท" กัน?
ให้จินตนาการว่า "ข้อเข่า" ของเราเปรียบเสมือน "บ้าน" ครับ
โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis - OA): คือภาวะที่บ้านเก่าลงตามกาลเวลา เสาผุ หลังคารั่ว พื้นบ้าน (กระดูกอ่อน) เริ่มขรุขระ สึกกร่อน
โรคเกาต์เทียม (Pseudogout / CPPD): คือภาวะที่มี "ฝุ่นตะกอน" (ผลึกแคลเซียม) ปลิวเข้ามาสะสมในบ้าน
จุดเชื่อมโยงคือ: ฝุ่นตะกอน (ผลึกแคลเซียม) พวกนี้ มัน "ชอบ" บ้านที่ผุพังครับ! จากการศึกษาพบว่า ในข้อเข่าที่เสื่อมสภาพ เนื้อเยื่อและกระดูกอ่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ทำให้ดึงดูดแคลเซียมมาตกตะกอนได้ง่ายกว่าข้อปกติมากๆ ดังนั้น คนที่เป็นข้อเข่าเสื่อมมานาน จึงมีโอกาสสูงมากที่จะพัฒนา "โรคเกาต์เทียม" ซ้อนทับขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
จับสังเกต: แยกอาการอย่างไร? (โดยไม่ต้องดูตาราง)
แม้จะชอบมาด้วยกัน แต่ลีลาการแสดงอาการของ 2 โรคนี้ ต่างกันเหมือน "เต่า" กับ "กระต่าย" ครับ
1. ข้อเข่าเสื่อม (เต่าผู้เชื่องช้า)
จังหวะ: มาแบบเนิบๆ ค่อยเป็นค่อยไป เป็นแรมเดือนแรมปี
ความรู้สึก: ปวดตื้อๆ ปวดหนึบๆ ลึกๆ ข้างใน เหมือนปวดเมื่อย
ช่วงเวลา: มักปวดเวลา "ใช้งาน" เช่น เดินเยอะ ยืนนาน ขึ้นบันได พอนั่งพักแล้วจะดีขึ้น
อาการบวม: ถ้าบวมมักจะบวมไม่มาก บวมแบบเย็นๆ (ไม่แดง ไม่ร้อน)
เสียง: เวลาขยับอาจมีเสียงกรอบแกรบเหมือนกระดาษทรายถูกัน
2. เกาต์เทียม (กระต่ายตื่นตูม)
จังหวะ: มาแบบ "ตูมเดียว" ฉับพลันทันที (Acute Attack) อาจเกิดขึ้นภายในข้ามคืน
ความรู้สึก: ปวดรุนแรงมาก ปวดจี๊ด ทรมานเหมือนมีเข็มทิ่ม หรือโดนไฟลวก แค่ขยับนิดเดียวก็น้ำตาเล็ด
ช่วงเวลา: ปวดตลอดเวลา แม้นอนเฉยๆ ก็ปวด กลางคืนมักจะปวดจนตื่น
อาการบวม: บวมเป่ง แดงก่ำ และจับดูจะรู้สึก "อุ่นหรือร้อน" ชัดเจน
ปัจจัยกระตุ้น: มักเกิดหลังร่างกายอ่อนแอ เช่น เป็นไข้ ท้องเสีย ขาดน้ำ หรือไปผ่าตัดมา
ความอันตรายเมื่อ "สองแรงแข็งขัน"
เมื่อสองโรคนี้มารวมกัน มันคือ "วงจรอุบาทว์" ครับ
ข้อเสื่อมทำให้ผิวข้อขรุขระ -> ล่อให้ผลึกแคลเซียมมาเกาะ
ผลึกแคลเซียมทำให้เกิดการอักเสบระเบิดลง -> ปล่อยสารเคมีมาย่อยสลายกระดูกอ่อนให้พังเร็วกว่าเดิม
ข้อจึงเสื่อมเร็วขึ้นไปอีก -> วนกลับไปข้อ 1
ถ้าเรารักษาแต่ "ข้อเสื่อม" (กินยาบำรุง, ทำกายภาพ) แต่ไม่จัดการ "เกาต์เทียม" ที่กำลังระเบิด อาการปวดจะไม่หาย และข้อจะพังยับเยินเร็วกว่าปกติมากครับ
หมอรู้ได้อย่างไรว่า "ใคร" กำลังเล่นงานคุณ?
เมื่อคุณเดินกะเผลกเข้ามาหาหมอ หมอจะทำ 2 อย่างนี้เพื่อจับตัวการครับ:
เอกซเรย์ (X-ray):
เพื่อดูว่า "บ้านพัง" แค่ไหน (ดูระยะข้อเสื่อม)
และมองหา "ลายแทงสมบัติ" คือ เงาขาวๆ จางๆ เป็นเส้นขีดในช่องว่างข้อเข่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของเกาต์เทียม (Chondrocalcinosis)
เจาะน้ำในข้อ (Joint Aspiration): (สำคัญที่สุด!)
ถ้าเข่าบวมมาก หมอจะเจาะเอาน้ำออกมาตรวจ ถ้าเป็นข้อเสื่อมธรรมดา น้ำจะสีเหลืองใสๆ หนืดๆ
แต่ถ้าเป็นเกาต์เทียมกำเริบ น้ำจะขุ่น หรือมีเม็ดเลือดขาวเยอะ และเมื่อส่องกล้องจะเจอ "ผลึกสี่เหลี่ยม" ตัวการร้ายลอยอยู่
แนวทางการรักษา: ดับไฟก่อน แล้วค่อยซ่อมบ้าน
หัวใจสำคัญของการรักษาภาวะ "แพ็กคู่" นี้คือ ลำดับความสำคัญ ครับ
ขั้นที่ 1: ดับไฟ (รักษาเกาต์เทียมเฉียบพลัน) เมื่อเข่ากำลังบวมแดงร้อน เราต้องหยุดการอักเสบเดี๋ยวนี้!
ห้าม: ห้ามไปนวด ห้ามดัดดึง ห้ามเดินเยอะ ห้ามประคบร้อนเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้ไฟลาม
ต้องทำ:
หมออาจจะ เจาะระบายน้ำข้อ เพื่อลดแรงดัน (หายปวดไวมาก)
ฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อ เพื่อดับไฟที่จุดเกิดเหตุ (ได้ผลดีเยี่ยมและปลอดภัยหากทำโดยแพทย์)
กินยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs) หรือยาโคลชิซิน (Colchicine) ช่วงสั้นๆ
ขั้นที่ 2: ซ่อมบ้าน (รักษาข้อเข่าเสื่อมระยะยาว) พอไฟดับ อาการบวมแดงหายไป เราค่อยกลับมาดูแลเรื่องโครงสร้าง
ลดน้ำหนัก: เพื่อลดภาระการรับน้ำหนักของเสาบ้าน
บริหารกล้ามเนื้อหน้าขา: เพื่อสร้างผนังบ้านให้แข็งแรง ช่วยพยุงข้อ
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม: จะทำเมื่อ "บ้านพังเกินเยียวยา" (ข้อเสื่อมระยะสุดท้าย) หรือมีผลึกเกาต์เทียมเกาะจนทำลายข้ออย่างรุนแรงจนยาเอาไม่อยู่แล้ว
สรุป: คำแนะนำจากใจหมอเก่ง
หากคุณพ่อคุณแม่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมอยู่แล้ว วันดีคืนดีเกิด "ปวดแตกแถว" คือ ปวดรุนแรงขึ้นมาทันที เข่าบวมแดงร้อนทั้งที่ไม่ได้หกล้ม ให้สงสัยไว้เลยครับว่า "เกาต์เทียม" อาจจะกำลังมาแจม
อย่ามัวแต่กินยาพารา หรือทายาหม่องแล้วทนเจ็บ เพราะการปล่อยให้เกาต์เทียมระเบิดซ้ำๆ ในข้อที่เสื่อมอยู่แล้ว จะทำให้ข้อเข่าพังเร็วจนกู่ไม่กลับ
รีบมาพบแพทย์ ตรวจให้รู้ แยกโรคให้ชัด แล้วรักษาให้ถูกตัว... "ดับไฟให้ทัน แล้วค่อยซ่อมบ้านให้แข็งแรง" คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุกลับมาเดินได้อย่างมีความสุขอีกครั้งครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเข่าเสื่อม #เกาต์เทียม #ปวดเข่าผู้สูงอายุ #เข่าบวม #โรคแพ็กคู่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #CPPD #Osteoarthritis
References (เอกสารอ้างอิง)
Rosenthal AK. (2021). Crystal-associated osteoarthritis. (สรุป: บทความวิชาการที่อธิบายความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างโรคข้อเสื่อมและการสะสมของผลึกในข้อ)
Zhang W, et al. (2011). EULAR recommendations for calcium pyrophosphate deposition. Part I: Terminology and diagnosis. (สรุป: ข้อแนะนำมาตรฐานยุโรป เรื่องการวินิจฉัยโรคเกาต์เทียมและจุดเชื่อมโยงกับข้อเสื่อม)
Abhishek A, Doherty M. (2016). Epidemiology of calcium pyrophosphate crystal arthritis and associated risk factors. (สรุป: การศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่พบว่า อายุและโรคข้อเสื่อม คือเพื่อนสนิทที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดเกาต์เทียม)
Filippou G, et al. (2020). Ultrasound in the diagnosis of calcium pyrophosphate deposition disease. (สรุป: ประโยชน์ของการใช้อัลตราซาวด์ ที่สามารถเห็นทั้งร่องรอยข้อเสื่อมและผลึกเกาต์เทียมได้ในคราวเดียว)
Neogi T, et al. (2006). The effect of osteoarthritis on the risk of calcium pyrophosphate deposition. (สรุป: งานวิจัยที่ยืนยันว่า ข้อที่มีภาวะเสื่อม มีความเสี่ยงสูงที่จะดึงดูดผลึกแคลเซียมให้มาเกาะ)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น