ข้อเข่าเสื่อม... รักษาแบบไหนดี? ไล่สเต็ปตั้งแต่กินยา ฉีดน้ำมัน PRP ไปจนถึงผ่าตัดเปลี่ยนข้อ
"หมอคะ เข่าเสื่อมแบบป้า ต้องผ่าตัดเลยไหม? หรือแค่ฉีดยาก็หาย?"
เป็นคำถามที่หมอโดนถามทุกวันครับ! พอวินิจฉัยว่าเป็น "ข้อเข่าเสื่อม" คนไข้ร้อยทั้งร้อยจะเกิดความสับสน ...เพื่อนคนนั้นบอกให้กินยาตัวนี้หาย ...ป้าข้างบ้านบอกไปฉีดน้ำมันมาแล้วดี ...ลูกหลานบอกให้ทำ PRP ...แต่บางคนบอกว่า "อย่าไปทำอะไรเลย รอผ่าตัดทีเดียว"
สรุปแล้วเราควรเลือกทางไหน? วันนี้หมอเก่งจะพาทุกท่านมาดู "บันไดการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม" (Treatment Step Ladder) เราจะไล่เรียงกันไปทีละขั้น จากเบาไปหาหนัก อ่านจบแล้วจะเข้าใจทันทีว่า ตอนนี้เข่าของคุณควรได้รับการรักษาแบบไหนครับ
เรื่องเล่าจากห้องตรวจ
"ลุงวิชัย" (นามสมมติ) วัย 67 ปี เดินกระเผลกเข้ามาพร้อมไม้เท้า แกบอกหมอว่า "หมอครับ ผมปวดเข่ามา 3 ปีแล้ว กินยาแก้ปวดจนเป็นโรคกระเพาะ พอหยุดยาก็ปวดอีก ลูกชายจะพาไปผ่าตัด ผมก็กลัวตายคาเตียง... เห็นเขาโฆษณาเรื่องปั่นเลือดฉีดเข่า (PRP) มันจะช่วยให้ผมไม่ต้องผ่าตัดได้ไหมครับ?"
จากการตรวจเอกซเรย์ เข่าของลุงวิชัยเสื่อมในระยะสุดท้าย (Bone-on-Bone) คือกระดูกชนกันจนไม่มีช่องว่างแล้ว หมอจึงต้องนั่งจับเข่าคุยกับลุงวิชัยยาวเลยครับว่า "การรักษาแต่ละวิธี มี 'เวลา' ที่เหมาะสมของมันครับลุง ของดีราคาแพง ถ้าใช้ผิดระยะ ก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ"
ความจริง: บันได 5 ขั้น สยบเข่าเสื่อม
การรักษาข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่สูตรสำเร็จรูปครับ แต่ขึ้นอยู่กับ "ระยะของโรค" และ "คุณภาพชีวิต" ของคนไข้ หมอจะแบ่งเป็นสเต็ปดังนี้:
ขั้นที่ 1: การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (รากฐานสำคัญที่สุด)
ไม่ว่าคุณจะรักษาวิธีไหน ถ้าข้ามขั้นนี้ไป วิธีอื่นก็ไม่ได้ผลครับ!
- ลดน้ำหนัก: ยาขนานเอกที่โลกยอมรับ ลดน้ำหนัก 1 กิโล = ลดแรงกระแทกเข่า 4 กิโล (ถ้าไม่ลด ขั้นอื่นจะรักษาได้แค่ประคอง)
- ออกกำลังกาย: เน้น Low Impact เช่น ว่ายน้ำ เดินในน้ำ ปั่นจักรยาน และบริหารกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps) ให้แข็งแรง เพื่อช่วยพยุงเข่า
- เลี่ยงท่าพิฆาตเข่า: งดนั่งยองๆ นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดให้น้อยลง
ขั้นที่ 2: การใช้ยา (Medication)
ใช้เมื่อมีอาการปวดอักเสบ
- ยาทาภายนอก: ยานวด ยาพ่น เหมาะกับอาการปวดไม่มาก ปลอดภัยสูง
- ยากิน:
- ยาพาราเซตามอล: แก้ปวดพื้นฐาน
- ยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs): ได้ผลดีแต่ต้องระวังโรคกระเพาะและไต (ไม่ควรกินต่อเนื่องยาวนาน)
ขั้นที่ 3: กายภาพบำบัด (Physical Therapy)
เมื่อกินยาแล้วยังตึง ยังยึด ต้องใช้เครื่องมือช่วย
- อัลตราซาวด์ / เลเซอร์: ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อชั้นลึก
- ดัดดึงข้อต่อ: ในรายที่เข่าติด ขยับได้ไม่สุด
- ธาราบำบัด: การเดินในน้ำ ช่วยพยุงน้ำหนัก ทำให้ขยับเข่าได้โดยไม่เจ็บ
ขั้นที่ 4: การฉีดเข้าข้อเข่า (Injection Therapy)
ขั้นนี้ฮิตมาก แต่ต้องเลือกให้ถูกประเภท:
- 1. ยาสเตียรอยด์ (Steroid):
- ข้อดี: หายปวดเร็วมาก (ภายใน 24 ชม.) ราคาถูก
- ข้อควรระวัง: ไม่ควรฉีดบ่อย (ปีละไม่เกิน 2-3 ครั้ง) เพราะอาจทำให้กระดูกอ่อนเสียสภาพเร็วขึ้น เหมาะกับคนปวดรุนแรงเฉียบพลัน
- 2. น้ำเลี้ยงข้อเทียม (Hyaluronic Acid - HA):
- หลักการ: เหมือนการ "เติมจารบี" ให้ข้อเข่า ช่วยลดแรงเสียดทานและรับแรงกระแทก
- เหมาะกับ: เข่าเสื่อมระยะปานกลาง ที่ยายังเอาอยู่บ้าง
- ผลลัพธ์: อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
- 3. เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP - Platelet Rich Plasma):
- หลักการ: เจาะเลือดคนไข้มาปั่นแยกเกล็ดเลือด แล้วฉีดกลับเข้าไป เพื่อใช้ Growth Factor ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- เหมาะกับ: เข่าเสื่อม ระยะแรกถึงปานกลาง (ถ้ากระดูกชนกันแล้ว มักไม่ได้ผล)
- ข้อดี: เป็นของตัวเราเอง ปลอดภัย ไม่มีสารเคมี
ขั้นที่ 5: การผ่าตัด (Surgery)
"ไม้ตายสุดท้าย" เมื่อรักษาทุกวิธีแล้วคุณภาพชีวิตยังแย่ เดินไม่ได้ นอนไม่หลับ
- การส่องกล้องล้างข้อเข่า: (ทำน้อยลงแล้ว) ช่วยแค่กรณีมีเศษกระดูกลอยขัดในข้อ
- การผ่าตัดจัดแนวเข่า (Osteotomy): ตัดแต่งกระดูกเพื่อแก้ขาโก่ง เก็บข้อเข่าเดิมไว้ เหมาะกับคนอายุน้อย
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement):
- เป็นการ "เปลี่ยนผิวข้อ" (ไม่ใช่ตัดขาทิ้งนะ!) เอาส่วนที่สึกออก แล้วครอบด้วยโลหะและพลาสติกชนิดพิเศษ
- ผลลัพธ์: หายปวดถาวร ขาหายโก่ง กลับมาเดินได้ดีเกือบเหมือนปกติ
- เทคโนโลยีปัจจุบัน: แผลเล็ก เจ็บน้อยลงมาก เดินได้ภายใน 24 ชม. หลังผ่า
บทสรุป
กลับมาที่ลุงวิชัย... ด้วยความที่เข่าเสื่อมระยะสุดท้าย (กระดูกชนกระดูก) การฉีด PRP หรือน้ำเลี้ยงข้อเทียม อาจจะเหมือนการ "เอาน้ำแก้วเดียวไปราดกองไฟ" คือช่วยได้นิดหน่อยและไม่นาน
สุดท้ายลุงวิชัยตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมครับ ปัจจุบันลุงเดินปร๋อ ไปวัดไปวาได้ โดยไม่ต้องกินยาแก้ปวดอีกเลย
ข้อคิด:
- ระยะแรก-ปานกลาง: ปรับพฤติกรรม + กายภาพ + ยา/ฉีด (HA/PRP) = เอาอยู่
- ระยะท้าย (ขาโก่ง/เดินไม่ได้): ผ่าตัด = เปลี่ยนชีวิต
อย่ากลัวการรักษา แต่จงกลัวการรักษาที่ "ไม่ตรงจุด" ดีกว่าครับ ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินระยะเข่าของคุณ แล้วเลือกวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเองครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อสอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเข่าเสื่อม #ฉีดเข่า #PRP #น้ำเลี้ยงข้อเทียม #ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า #ปวดเข่า #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ
References
- Bannuru, R. R., et al. (2019). OARSI guidelines for the non-surgical management of knee, hip, and polyarticular osteoarthritis. Osteoarthritis and Cartilage. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติระดับโลก แนะนำการรักษาเป็นลำดับขั้น เน้นการลดน้ำหนักและการออกกำลังกายเป็นอันดับแรก)
- American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Treatment of Osteoarthritis of the Knee: Evidence-Based Guideline. (สรุป: คำแนะนำการเลือกใช้วิธีรักษาต่างๆ ตั้งแต่ยาไปจนถึงการผ่าตัด โดยพิจารณาจากหลักฐานทางการแพทย์)
- Filardo, G., et al. (2021). Platelet-rich plasma: why intra-articular injections fail? International Orthopaedics. (สรุป: การวิเคราะห์สาเหตุที่ PRP อาจไม่ได้ผล ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ในผู้ป่วยที่มีความเสื่อมรุนแรงเกินไป)
- Evaniew, N., et al. (2014). Clinical odds of total knee replacement for osteoarthritis. (สรุป: ข้อมูลเกี่ยวกับความสำเร็จและข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม)
- Tammachote, N., et al. (2016). Intra-Articular, Single-Shot Hylan G-F 20 Hyaluronic Acid Injection Compared with Corticosteroid in Knee Osteoarthritis. Journal of Bone and Joint Surgery. (สรุป: การเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างการฉีดสเตียรอยด์กับน้ำเลี้ยงข้อเทียม)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น