"เข่าเสื่อมระยะสุดท้าย... ฉีด PRP จะหายจริง หรือแค่เสียเงินฟรี?" เรื่องจริงที่คุณยายวัย 88 ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ!
"หมอคะ ยายอายุ 88 แล้ว เข่ามันปวดจนเดินไม่ไหว หมอที่โรงพยาบาลบอกว่าเป็นข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 (ระยะสุดท้าย) แต่ยายไปเห็นโฆษณาในเน็ตเขาบอกว่าฉีด PRP หรือ 'ฉีดเกล็ดเลือดตัวเอง' แล้วจะกลับมาเดินปร๋อ ไม่ต้องผ่าตัด ยายควรไปฉีดดีไหมคะ? มันจะอันตรายหรือเปล่า?"
นี่เป็นคำถามที่สะท้อนหัวใจของคนเป็นลูกหลานมากครับ เมื่อคุณยายสมพร (นามสมมติ) วัย 88 ปี มาปรึกษาผมด้วยความหวังลึกๆ ว่าจะมี "ทางลัด" ที่ช่วยให้หายปวดโดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด แต่ในโลกของความจริงทางการแพทย์ โดยเฉพาะในวัยเกือบ 90 ปีแบบนี้ มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนครับ
PRP คืออะไร? อธิบายภาษาบ้านๆ
PRP (Platelet-Rich Plasma) คือการเจาะเลือดของคนไข้ออกมา แล้วเอาไปปั่นแยกให้ได้ "เกล็ดเลือดเข้มข้น" ซึ่งในเกล็ดเลือดจะมีสารที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ (Growth Factors) หมอจะฉีดกลับเข้าไปในข้อเข่าเพื่อลดการอักเสบและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
แต่... นี่คือประเด็นสำคัญครับ: ในคนไข้อายุ 88 ปี ที่เป็น ข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 (Stage 4) ซึ่งเป็นระยะที่ "กระดูกอ่อนผิวข้อ" สึกหรอจนหายไปเกือบหมดแล้ว กระดูกเริ่มชนกันจนเกิดความผิดรูป การฉีด PRP มักจะได้ผล "น้อยมาก" หรือแทบไม่ได้ผลเลยในแง่ของการซ่อมแซมครับ
ทำไมข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 ถึงอาจจะ "เสียเงินฟรี" กับการฉีด PRP?
ไม่มีพื้นที่ให้ซ่อมแซม: PRP เปรียบเสมือน "ปุ๋ยชั้นดี" ครับ แต่มันต้องการ "ต้นไม้" (กระดูกอ่อน) เพื่อให้มันไปบำรุง ในระยะที่ 4 ผิวข้อเราเปรียบเสมือนดินที่แห้งแล้งจนไม่เหลือต้นไม้แล้ว ต่อให้ใส่ปุ๋ยดีแค่ไหน กระดูกอ่อนก็ไม่สามารถงอกกลับมาใหม่จนเต็มเหมือนตอนหนุ่มสาวได้
คุณภาพเกล็ดเลือดตามวัย: ในวัย 88 ปี สารในการซ่อมแซมในเลือดอาจไม่เข้มข้นเท่าคนวัยทำงาน ทำให้ประสิทธิภาพในการลดการอักเสบด้อยลง
โครงสร้างผิดรูปไปแล้ว: ระยะที่ 4 เข่ามักจะโก่งหรือบิดเบี้ยว ซึ่งเกิดจากโครงสร้างกระดูก การฉีดสารใดๆ เข้าไปไม่สามารถเปลี่ยนรูปร่างกระดูกให้กลับมาตรงได้
ความเสี่ยงและอันตรายสำหรับผู้สูงวัย
การฉีด PRP ในคนอายุ 88 ไม่ได้ "อันตรายร้ายแรง" เพราะเป็นเลือดของตัวเองไม่มีอาการแพ้ครับ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ:
การติดเชื้อ: ผิวหนังผู้สูงอายุบางและเปราะบาง หากทำในสถานที่ที่ไม่สะอาดพอ อาจเกิดการติดเชื้อในข้อเข่า ซึ่งในวัย 88 ปี การติดเชื้อถือเป็นเรื่องใหญ่มาก
ความผิดหวัง: เมื่อคาดหวังสูงแต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้า อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของคนไข้ได้
แล้วถ้าไม่ฉีด PRP คุณยายวัย 88 มีทางเลือกอะไรบ้าง?
หากอาการปวดรบกวนการใช้ชีวิตอย่างหนัก หมอจะพิจารณาตามความเหมาะสมของสภาพร่างกายครับ:
การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม (Hyaluronic Acid): เปรียบเสมือนการเติม "น้ำมันหล่อลื่น" ให้ข้อที่แห้งขอด ช่วยลดแรงเสียดทานและลดปวดได้ชั่วคราว (3-6 เดือน) แม้ไม่หายขาดแต่ช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น
การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะจุด: ในกรณีที่เข่าอักเสบบวมแดงอย่างรุนแรง การฉีดปริมาณน้อยๆ อย่างถูกวิธีจะช่วยระงับปวดได้เร็วที่สุด แต่ต้องไม่ฉีดบ่อยเกินไป
การรักษาความปวดโดยไม่ผ่าตัด: เช่น การทำกายภาพบำบัดเบาๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่ามาช่วยพยุง หรือการใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน (Walker)
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม: หากสภาพร่างกายโดยรวมของคุณยายยังแข็งแรง (หัวใจและปอดทำงานดี) การผ่าตัดในปัจจุบันมีเทคนิคที่ฟื้นตัวเร็วและปลอดภัยสูงขึ้นมาก แต่ต้องผ่านการประเมินจากทีมแพทย์อย่างละเอียด
พยากรณ์โรค: ต้องทำใจยอมรับความจริง
ข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 ในผู้สูงอายุ 80 กว่าปี เป้าหมายหลักไม่ใช่การทำให้ "เข่ากลับไปเหมือนเด็ก" แต่คือการ "ทำอย่างไรให้เดินได้โดยไม่ทรมาน" และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการติดเตียง เช่น แผลกดทับหรือปอดบวมครับ
สรุป
สำหรับคุณยายวัย 88 ปีที่เป็นระยะสุดท้าย การฉีด PRP "มีโอกาสเสียเงินฟรีสูงมาก" หากหวังว่าจะให้หายขาดหรือกระดูกอ่อนงอกใหม่ครับ ก่อนจะตัดสินใจเสียเงินหลักหมื่น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจประเมินว่า "คุ้มค่า" หรือไม่ หรือมีทางเลือกอื่นที่ตรงจุดมากกว่าครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเข่าเสื่อม #ฉีดPRP #เข่าเสื่อมระยะสุดท้าย #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดเข่า #หมอเก่ง #รักษาเข่าไม่ต้องผ่าตัด #ผู้สูงวัย #ทางเลือกการรักษา #ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
References
Bennell KL, et al. (2024). Effect of Intra-articular Platelet-Rich Plasma vs Placebo Injection on Pain and Medial Tibiofemoral Cartilage Volume in Patients With Knee Osteoarthritis. JAMA. (สรุป: งานวิจัยยืนยันว่า PRP อาจไม่ได้ช่วยเพิ่มปริมาณกระดูกอ่อนในคนไข้เข่าเสื่อมอย่างมีนัยสำคัญ)
Filardo G, et al. (2023). PRP Injections for Knee Osteoarthritis: Does It Work in Advanced Stages?. Cartilage Journal. (สรุป: การศึกษาพบว่าประสิทธิภาพของ PRP จะลดลงอย่างมากในคนไข้ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรงหรือระยะที่ 4)
American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). (2025). Management of Osteoarthritis of the Knee (Non-Arthroplasty) Evidence-Based Clinical Practice Guideline. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติที่แนะนำการรักษาแบบผสมผสาน และให้ความระมัดระวังในการใช้ PRP ในระยะท้าย)
Jevsevar DS, et al. (2024). The Diagnosis and Treatment of Osteoarthritis of the Knee in the Elderly. Journal of Bone and Joint Surgery. (สรุป: การประเมินความคุ้มค่าและความเสี่ยงในการรักษาผู้ป่วยสูงอายุมากที่เข่าเสื่อมรุนแรง)
Kohn MD, et al. (2023). Classifications in Brief: Kellgren-Lawrence Classification of Osteoarthritis. Clinical Orthopaedics and Related Research. (สรุป: คำอธิบายเกณฑ์การแบ่งระยะข้อเข่าเสื่อมและความหมายของระยะที่ 4)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น