วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569

ปวดเข่าเรื้อรัง: แค่อ้วน หรือเข่าเสื่อมจริง? (เมื่อไหร่ต้องหาหมอ แล้วจำเป็นต้องทำ MRI ไหม?)

 

ปวดเข่าเรื้อรัง: แค่อ้วน หรือเข่าเสื่อมจริง? (เมื่อไหร่ต้องหาหมอ แล้วจำเป็นต้องทำ MRI ไหม?)


"หมอคะ ป้าแค่อ้วนหรือเข่าป้าพังแล้ว?"

เคยไหมครับ? ตั้งใจจะออกกำลังกายลดความอ้วนเพื่อสุขภาพ แต่พอวิ่งไปได้ไม่กี่วัน "เข่าประท้วง" เจ็บแปลบๆ จนต้องหยุดพัก พอหยุดพัก น้ำหนักก็ขึ้น... พอน้ำหนักขึ้น เข่าก็ยิ่งรับภาระหนัก... วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่จบสิ้น

หลายคนกลัวการไปหาหมอ เพราะกลัวโดนจับผ่าตัด หรือกังวลว่าต้องเสียเงินแพงๆ ทำ MRI วันนี้ "หมอเก่ง" จะมาไขข้อข้องใจให้ฟังแบบหมดเปลือกครับ ว่าปวดแบบไหนที่รอได้ ปวดแบบไหนต้องรีบมา และการเอกซเรย์ธรรมดามันเพียงพอจริงหรือ?


เรื่องเล่าจากคนไข้

"ป้าสมศรี" (นามสมมติ) วัย 62 ปี น้ำหนัก 78 กิโลกรัม เดินกะเผลกเข้ามาในห้องตรวจพร้อมลูกสาว ลูกสาวเล่าว่า "แม่บ่นปวดเข่ามาเป็นปีแล้วค่ะหมอ แต่แกไม่ยอมมาหา แกบอกว่าแกแค่อ้วน เดี๋ยวลดข้าวเอาก็หาย แต่หนูเห็นแม่เดินขาโก่งขึ้นทุกวัน แถมมีเสียงก๊อบแก๊บดังลั่นเวลาลุกนั่ง หนูอยากให้หมอจับแม่เข้าเครื่องสแกนอุโมงค์ (MRI) ไปเลย จะได้รู้เรื่องรู้ราวค่ะ"

เมื่อหมอตรวจร่างกายและดูฟิล์มเอกซเรย์ธรรมดา ก็พบคำตอบที่ชัดเจนโดยไม่ต้องทำ MRI เลยครับ... กรณีป้าสมศรีคือภาพสะท้อนของคนไทยจำนวนมากที่ทนเจ็บเพราะความเข้าใจผิด


ความจริงเรื่อง "น้ำหนัก" กับ "เข่า"

หมออยากบอกความจริงที่ฟังดูโหดร้ายแต่เป็นเรื่องจริงครับ... "ทุกๆ 1 กิโลกรัมที่คุณอ้วนขึ้น เข่าต้องรับแรงกระแทกเพิ่มขึ้น 4 กิโลกรัม!"

ลองจินตนาการว่าคุณถือลูกแตงโมเดินไปมาตลอดเวลา เข่าของคุณเปรียบเสมือน "โช้คอัพรถยนต์" ถ้าเราบรรทุกของหนักเกินพิกัดตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 10-20 ปี โช้คอัพย่อมพัง ยางย่อมสึกเร็วกว่ากำหนดแน่นอน ดังนั้น ความอ้วน จึงเป็นทั้ง "สาเหตุ" และ "ตัวเร่ง" ให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นแบบติดเทอร์โบครับ


1. ปวดเข่าคืออะไรกันแน่?

โรคข้อเข่าเสื่อม คือภาวะที่ "กระดูกอ่อนผิวข้อ" (Cartilage) ที่ทำหน้าที่เคลือบหัวกระดูกเพื่อลดแรงเสียดทาน มันสึกหรอ หลุดร่อน หรือบางลง เปรียบเหมือน "หน้ายางรถยนต์ที่ดอกยางโล้น" ทำให้เวลาเดิน กระดูกแข็งๆ มันมาเสียดสีกันโดยตรง จนเกิดอาการปวด บวม และอักเสบ

2. สัญญาณเตือน

  • ปวดเมื่อเริ่มขยับ: นั่งนานๆ พอลุกยืนจะเจ็บมาก แต่พอเดินๆ ไปสักพักเริ่มดีขึ้น (Start-up pain)
  • เสียงในเข่า: ได้ยินเสียงกรอบแกรบ หรือรู้สึกสากๆ เหมือนทรายถูในเข่า
  • เข่าผิดรูป: ขาเริ่มโก่งออก (Bow-legged) หรือเข่าบวมโต
  • ข้อฝืด: โดยเฉพาะตอนเช้า หรือหลังตื่นนอน งอเหยียดเข่าได้ไม่สุด

3. เมื่อไหร่ควรไปหาหมอ? (Red Flags)

ไม่ต้องรอให้เดินไม่ได้นะครับ ให้สังเกตตามนี้:

  • ปวดเรื้อรังเกิน 2-4 สัปดาห์ แม้จะพักการใช้งานแล้วก็ไม่หาย
  • ปวดตอนกลางคืน (Night Pain) จนรบกวนการนอนหลับ
  • เข่าบวม แดง ร้อน (อาจมีการติดเชื้อหรือเก๊าท์กำเริบ)
  • เข่าล็อก (Locking): เดินๆ อยู่แล้วเข่าติด ขยับไม่ได้ หรือเข่าทรุด (Giving way) เหมือนเข่าอ่อนแรงกะทันหัน
  • ขาโก่งจนเสียบุคลิกและการทรงตัว

4. ต้อง X-ray หรือ MRI? (คำถามยอดฮิต)

หลายคนคิดว่า "MRI แพงกว่า แปลว่าต้องดีกว่า" ... ไม่จริงเสมอไปครับ!

  • เอกซเรย์ (X-ray) ยืนหนึ่ง:
    • สำหรับโรคข้อเข่าเสื่อม การเอกซเรย์ท่ายืนลงน้ำหนัก (Weight-bearing X-ray) คือ มาตรฐานทองคำ
    • มันบอกเราได้ว่า "ช่องว่างระหว่างข้อ" แคบลงแค่ไหน (บอกระดับความเสื่อม), มีกระดูกงอกไหม, ขาโก่งเท่าไหร่
    • ราคาประหยัด รวดเร็ว และเพียงพอต่อการวางแผนรักษาในผู้ป่วยกว่า 90%
  • MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) จำเป็นเมื่อไหร่?
    • หมอจะสั่งทำ MRI ก็ต่อเมื่อ "สงสัยความเสียหายของเนื้อเยื่ออ่อน" เช่น หมอนรองกระดูกฉีกขาด (Meniscus tear), เอ็นไขว้หน้าขาด
    • หรือในกรณีที่เอกซเรย์ดูปกติมาก แต่คนไข้เจ็บปวดรุนแรง หาสาเหตุไม่ได้
    • ถ้าเอกซเรย์เห็นชัดๆ ว่าเข่าเสื่อมจนกระดูกชนกันแล้ว การทำ MRI มักจะ "ไม่จำเป็น" และเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุครับ

5. แนวทางการรักษา (Treatment)

  • ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด):
    • ลดน้ำหนัก: เป็นยาแก้ปวดที่ดีที่สุด ลดน้ำหนักแค่ 5% อาการปวดเข่าดีขึ้นชัดเจนครับ
    • การออกกำลังกาย: หลายคนกลัวเจ็บเลยหยุดเดิน ยิ่งหยุด กล้ามเนื้อยิ่งลีบ เข่ายิ่งหลวม
    • คำแนะนำ: ให้ทำ Low Impact Exercise เช่น ว่ายน้ำ, เดินในน้ำ, ปั่นจักรยาน, หรือเดินเร็วทางราบ เลี่ยง การวิ่งกระแทกแรงๆ, นั่งยองๆ, หรือขึ้นลงบันไดสูงๆ
  • ยา: ยาแก้ปวด ยาลดอักเสบ (ใช้เป็นครั้งคราวเมื่อมีอาการ)
  • บริหารกล้ามเนื้อ: เน้นกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps) ให้แข็งแรง เพื่อช่วยพยุงเข่า
  • การฉีดยา: น้ำเลี้ยงข้อเทียม หรือ สเตียรอยด์ (แพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ)
  • ผ่าตัด: เปลี่ยนข้อเข่าเทียม จะทำเมื่อรักษาทุกวิธีแล้วไม่ดีขึ้น และคุณภาพชีวิตแย่ลงมาก

บทสรุป

ปวดเข่าเรื้อรัง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทน และ "ความอ้วน" ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นศัตรูตัวฉกาจของเข่า การไปหาหมอเร็ว ไม่ได้แปลว่าจะโดนผ่าตัดเสมอไปครับ แต่เพื่อประเมินระยะของโรค และวางแผนชะลอความเสื่อม ส่วนเรื่อง MRI ให้คุณหมอเป็นคนตัดสินใจครับ บ่อยครั้งแค่เอกซเรย์หลักร้อย ก็วินิจฉัยโรคได้แม่นยำและรักษาได้ตรงจุดแล้ว

ดูแลเข่าตั้งแต่วันนี้ "ลดน้ำหนักสักนิด ขยับขาให้ถูกวิธี" แล้วคุณจะเดินเที่ยวกับลูกหลานได้อีกนานครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อสอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #ลดน้ำหนัก #ออกกำลังกาย #MRI #เอกซเรย์ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ผู้สูงอายุ


References

  1. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Treatment of Osteoarthritis of the Knee: Evidence-Based Guideline. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐานระดับสากลในการวินิจฉัยและรักษาข้อเข่าเสื่อม เน้นย้ำเรื่องการลดน้ำหนักและการออกกำลังกายเป็นด่านแรก)
  2. Messier SP, et al. (2013). Effects of Intensive Diet and Exercise on Knee Joint Loads, Inflammation, and Clinical Outcomes Among Overweight and Obese Adults with Knee Osteoarthritis. JAMA. (สรุป: งานวิจัยที่พิสูจน์ชัดเจนว่า การลดน้ำหนักร่วมกับการออกกำลังกาย ช่วยลดอาการปวดและลดแรงกระทำต่อเข่าได้ดีที่สุด)
  3. Katz JN, et al. (2021). Diagnosis and Treatment of Hip and Knee Osteoarthritis: A Review. JAMA. (สรุป: การทบทวนวรรณกรรมเรื่องการวินิจฉัย ซึ่งระบุว่าการเอกซเรย์ท่ายืนเป็นวิธีมาตรฐาน ส่วน MRI มีบทบาทเฉพาะกรณีที่สงสัยพยาธิสภาพอื่น)
  4. Roemer FW, et al. (2020). MRI for the assessment of osteoarthritis: Is it needed in clinical practice? Current Opinion in Rheumatology. (สรุป: การวิเคราะห์ความคุ้มค่าและความจำเป็นของการทำ MRI ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม)
  5. Bannuru RR, et al. (2019). OARSI guidelines for the non-surgical management of knee, hip, and polyarticular osteoarthritis. Osteoarthritis and Cartilage. (สรุป: คำแนะนำระดับโลกเกี่ยวกับการรักษาข้อเข่าเสื่อมโดยไม่ผ่าตัด)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น