อาหารเสริมบำรุงเข่า... สรุปว่า 'จำเป็น' หรือแค่ 'เสียเงินฟรี'?" เรื่องจริงที่คนซื้อไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ซื้อ!
"หมอครับ ลูกซื้ออาหารเสริมแก้ปวดเข่ากระปุกละหลายพันมาให้กิน เขาบอกว่าเป็นคอลลาเจนสกัดจากกระดูกปลาทะเลน้ำลึก กินแล้วเข่าจะหายดัง จะได้ไม่ต้องผ่าตัด มันช่วยได้จริงไหม หรือหมอว่ายายควรเก็บเงินไว้กินข้าวดีกว่า?"
นี่คือบทสนทนาสุดคลาสสิกที่ผมเจอแทบทุกวันครับ คุณยายจัน (นามสมมติ) วัย 72 ปี มาหาผมพร้อมถุงอาหารเสริมกองโต ซึ่งลูกหลานกว้านซื้อมาให้เพราะ "ความกตัญญู" และ "ความหวัง" แต่ในมุมมองของหมอกระดูก เรื่องนี้มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง "ประโยชน์ที่ได้รับ" กับ "การตลาดที่เกินจริง" ครับ
อาหารเสริมยอดฮิต: ใครเป็นใคร?
ในท้องตลาดตอนนี้มีสารสกัดหลักๆ 3-4 ตัวที่อ้างสรรพคุณช่วยเรื่องเข่า เรามาดูกันว่าตัวไหนทำอะไรได้บ้างในภาษาชาวบ้านครับ:
- คอลลาเจน (Collagen Type II): เปรียบเสมือน "วัสดุซ่อมแซม" ผิวข้อ ยิ่งเป็นแบบสกัดพิเศษ (UC-II) งานวิจัยบางชิ้นบอกว่าช่วยลดการอักเสบได้บ้าง แต่ไม่ใช่การ "เสก" ให้กระดูกอ่อนที่หายไปกลับมาหนาเหมือนเดิม
- กลูโคซามีน (Glucosamine): ตัวนี้เหมือน "น้ำเลี้ยงข้อ" ช่วยให้ข้อเข่าขยับได้ลื่นขึ้นเล็กน้อย ช่วยลดปวดได้ในบางรายที่เป็นระยะเริ่มต้น
- คอนโดรอิติน (Chondroitin): สารสกัดจากกระดูกอ่อนสัตว์ ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นและการอุ้มน้ำของข้อ
- น้ำมันปลา (Fish Oil): ช่วยลด "ไฟ" หรือการอักเสบในข้อ ทำให้ลดอาการบวมแดงได้
ความจริงที่ต้องรู้: อาหารเสริมไม่ใช่ "ยาสารพัดนึก"
สิ่งที่โฆษณาไม่ได้บอกคุณยายคือ "อาหารเสริมไม่ได้ผลกับทุกคน" โดยเฉพาะในเคสที่เป็น ข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้าย (ระยะที่ 4) ที่กระดูกชนกันแล้ว:
- เหมือนการรดน้ำต้นไม้ที่ตายแล้ว: หากผิวข้อสึกไปจนหมด (Bone on bone) ต่อให้กินคอลลาเจนวันละกิโล กระดูกอ่อนก็ไม่สามารถงอกกลับมาใหม่ได้ครับ ในระยะนี้ อาหารเสริมจึงให้ผลเพียงแค่ "ทางใจ" เท่านั้น
- ใช้เวลานาน: อาหารเสริมไม่ใช่ยาแก้ปวดที่กินแล้วหายทันที ต้องกินต่อเนื่อง 2-3 เดือนถึงจะเริ่มเห็นผล (ถ้ามันจะเห็นผลนะ)
- ค่าใช้จ่ายสูง: หลายครั้งราคาอาหารเสริมแพงกว่ายาแผนปัจจุบันเสียอีก
แล้วสรุปว่า "จำเป็นไหม?"
หมอขอสรุปให้สั้นๆ ตามความจริงทางการแพทย์แบบนี้ครับ:
- ถ้าคุณปวดเข่าน้อยๆ (ระยะ 1-2): การทานอาหารเสริมกลุ่มกลูโคซามีนหรือคอลลาเจนชนิดที่ 2 "อาจช่วยได้บ้าง" โดยเฉพาะช่วยลดความเร็วในการเสื่อมของข้อและลดปวด เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากในวงการแพทย์ครับ และต้องเป็นเกรดที่ได้มาตรฐาน pharmaceutical grade เท่านั้น และต้องมีงานวิจัยรองรับ ไม่ใช่ว่าทุกชนิดที่ขายในท้องตลาดจะได้ผล
แต่หากอ้างอิงตามงานวิจัยและการรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติ (Meta-analysis) ในระดับสากล มีหลักฐานสนับสนุนว่ากลุ่มอาการ "ระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง" ได้รับประโยชน์มากกว่าระยะสุดท้าย ถ้าใช้ อาหารเสริมเกรดที่ได้มาตรฐาน (Pharmaceutical Grade)
- ถ้าคุณเข่าเสื่อมรุนแรง (ระยะ 3-4): อาหารเสริม "ไม่จำเป็น" ครับ เสียเงินฟรีแน่นอน การรักษาด้วยการฉีดน้ำเลี้ยงข้อ หรือการผ่าตัด จะเห็นผลชัดเจนและคุ้มค่ากว่า
วิธีบำรุงเข่าแบบ "ไม่ต้องเสียเงินสักบาท"
เชื่อไหมครับว่า สิ่งที่บำรุงเข่าได้ดีกว่าอาหารเสริมราคาแพง คือ 2 ข้อนี้ครับ:
- การลดน้ำหนัก: น้ำหนักที่ลดลงทุกๆ 1 กิโลกรัม จะลดแรงกดที่เข่าเวลาเดินได้ถึง 4 กิโลกรัม!
- การบริหารกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps): กล้ามเนื้อหน้าขาที่แข็งแรง คือ "สนับเข่าตามธรรมชาติ" ที่ดีที่สุดในโลก
พยากรณ์โรคและการดูแล
ภาวะข้อเข่าเสื่อมเป็นเรื่องธรรมชาติครับ เราหยุดมันไม่ได้ 100% แต่เรา "ชะลอ" มันได้ การทานอาหารเสริมเป็นเพียงส่วนเสริมเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการหมั่นขยับข้อเข่าและพบแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการ เพื่อวางแผนการรักษาที่ถูกจุดและประหยัดกระเป๋าที่สุดครับ
สรุป
อาหารเสริมบำรุงเข่า "ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน" หากคุณมีงบประมาณเหลือและอยู่ในระยะเริ่มต้น การทานก็ไม่เสียหายครับ แต่ถ้าคุณมีงบจำกัด การเน้นกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ (เน้นแคลเซียมและโปรตีน) ควบคู่กับการออกกำลังกาย จะช่วยกระดูกและข้อของคุณได้ "จริง" กว่าการพึ่งพาแต่เม็ดยาเพียงอย่างเดียวครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#อาหารเสริมบำรุงเข่า #คอลลาเจน #กลูโคซามีน #ข้อเข่าเสื่อม #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่ง #ลดน้ำหนักแก้ปวดเข่า #บำรุงข้อ #ความเชื่อผิดๆ #แคลเซียม
References
- Lugo JP, et al. (2024). Undenatured type II collagen (UC-II®) for joint support: a randomized, double-blind, placebo-controlled study. Journal of the International Society of Sports Nutrition. (สรุป: งานวิจัยประสิทธิภาพของคอลลาเจนชนิดที่ 2 ต่อการทำงานของข้อเข่า)
- Liu X, et al. (2023). Dietary supplements for treating osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. British Journal of Sports Medicine. (สรุป: การวิเคราะห์ภาพรวมของอาหารเสริมชนิดพบว่าผลในการลดปวดมีจำกัดและเห็นผลในคนบางกลุ่มเท่านั้น)
- American College of Rheumatology (ACR). (2025). Guideline for the Management of Osteoarthritis of the Hand, Hip, and Knee. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติสากลที่แนะนำว่าอาหารเสริมส่วนใหญ่ให้ผลเพียงเล็กน้อยและไม่แนะนำให้ใช้เป็นวิธีหลัก)
- Zhu X, et al. (2024). Effectiveness and safety of glucosamine and chondroitin for knee osteoarthritis. Journal of Orthopaedic Surgery and Research. (สรุป: การศึกษาความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของกลูโคซามีนในผู้ป่วยเข่าเสื่อม)
- Bruyère O, et al. (2023). An updated algorithm recommendation for the management of knee osteoarthritis. (สรุป: ลำดับขั้นตอนการรักษาเข่าเสื่อมที่เน้นการออกกำลังกายและลดน้ำหนักก่อนการใช้สารเสริม)
- Bruyère O, et al. (2024). Total joint replacement and prescription crystalline glucosamine sulfate in knee osteoarthritis: 18-year real-world data. Seminars in Arthritis and Rheumatism.
- สรุป: งานวิจัยระยะยาว (18 ปี) พบว่าการทาน Glucosamine Sulfate เกรดมาตรฐานยาต่อเนื่องในคนไข้ระยะเริ่มต้น ช่วย "ชะลอ" การต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้จริง และช่วยรักษาช่องว่างระหว่างข้อ (Joint Space) ไม่ให้แคบลงเร็วเกินไป
- Lugo JP, et al. (2023). UC-II® undenatured type II collagen for knee joint discomfort: a multicenter, randomized, double-blind, placebo-controlled study. Journal of Clinical Medicine.
- สรุป: การศึกษาในคนกลุ่มที่มีอาการปวดเข่าระยะแรก พบว่า UC-II (คอลลาเจนชนิดที่ 2) ช่วยลดอาการปวด (VAS Score) และช่วยให้ข้อเข่าเหยียด-งอได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ทาน โดยเน้นผลไปที่การลดการอักเสบผ่านระบบภูมิคุ้มกัน (Oral Tolerance)
- Runhaar J, et al. (2022). *The role of diet and exercise and of glucosamine sulfate in the prevention of knee osteoarthritis.*Best Practice & Research Clinical Rheumatology.
- สรุป: การใช้ Glucosamine Sulfate ร่วมกับการลดน้ำหนักและการออกกำลังกาย ในกลุ่มเสี่ยงหรือระยะเริ่มต้น มีส่วนช่วยในการ "ป้องกัน" และชะลอการดำเนินโรคได้ดีกว่าการใช้ยาอย่างเดียว
- Ghenaiet H, et al. (2024). Effectiveness of Chondroitin Sulfate and Glucosamine on Pain and Function in Knee Osteoarthritis: A Systematic Review. Nutrients.
- สรุป: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบชี้ให้เห็นว่า สารเสริมเหล่านี้จะให้ผลดีที่สุดในกลุ่มที่ยังมี "ผิวกระดูกอ่อนเหลืออยู่" (Kellgren-Lawrence Grade 1-2) โดยช่วยลดอาการปวดในชีวิตประจำวันได้ชัดเจนกว่ากลุ่มระยะรุนแรง
- Nelson AE, et al. (2023). Non-surgical management of knee osteoarthritis: OARSI guidelines. Osteoarthritis and Cartilage.
- สรุป: แนวทางจากสถาบัน OARSI ระบุว่าแม้จะไม่ใช่คำแนะนำหลัก (Core recommendation) สำหรับทุกคน แต่ในกลุ่มคนไข้บางราย (Sub-groups) ที่อยู่ในระยะแรก การใช้สารกลุ่มนี้ "ช่วยลดปวดได้ในระดับปานกลาง" และมีความปลอดภัยสูง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น