วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ก้อนน้ำหลังเข่า… ไม่ใช่เนื้องอก แต่อย่าปล่อยทิ้งไว้

 



ก้อนน้ำหลังเข่า… ไม่ใช่เนื้องอก แต่อย่าปล่อยทิ้งไว้


มีใครเคยสังเกตก้อนนุ่มๆ เล็กๆ อยู่หลังเข่าบ้างไหม? บางคนกดแล้วรู้สึกแน่น บางคนรู้สึกตึงเวลาเหยียดขา บางคนไม่รู้สึกอะไรเลย แต่แค่มองเห็นว่ามีก้อนผิดปกติ

หลายคนกลัวทันทีที่เห็นก้อน — กลัวว่าจะเป็นเนื้องอก กลัวว่าจะต้องผ่าตัด กลัวว่าจะเป็นมะเร็ง

ความจริงคือ ก้อนน้ำหลังเข่าส่วนใหญ่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม เพราะมันมักเป็นสัญญาณว่าข้อเข่ากำลังมีปัญหาอยู่ข้างใน


เจอก้อนหลังเข่า… แต่หมอบอกไม่ต้องผ่าตัด เกิดอะไรขึ้น?

คุณสมศรี อายุ 58 ปี แม่บ้านในเชียงใหม่ สังเกตมาสักพักแล้วว่าหลังเข่าซ้ายมีก้อนนุ่มขนาดเท่าผลองุ่น บางวันก้อนโตขึ้น บางวันยุบลง ตอนเดินปกติไม่รู้สึกอะไร แต่พอนั่งยองหรือเดินขึ้นบันได จะรู้สึกตึงๆ หลังเข่าและปวดเข่าด้านในร่วมด้วย

เธอกังวลมานานเกือบปีกว่าจะยอมมาพบแพทย์ เพราะกลัวว่าหมอจะบอกให้ผ่าตัด

เมื่อได้รับการตรวจร่างกายและ ultrasound ผลออกมาว่าเป็น ถุงน้ำหลังเข่า หรือ Baker's Cyst ซึ่งเกิดจากน้ำในข้อเข่าไหลออกมาสะสมอยู่ด้านหลังเข่า และสาเหตุที่แท้จริงคือข้อเข่ามีการอักเสบและเริ่มเสื่อมจากการใช้งานมานานหลายสิบปี

คุณสมศรีได้รับการรักษาแบบไม่ผ่าตัด อาการดีขึ้นมากภายในไม่กี่สัปดาห์


Baker's Cyst คืออะไร?

ถุงน้ำหลังเข่า (Baker's Cyst หรือ Popliteal Cyst) คือถุงที่เกิดจากน้ำในข้อเข่าไหลออกไปสะสมอยู่ด้านหลังเข่า บริเวณที่เรียกว่า popliteal fossa หรือ "ข้อพับหลังเข่า"

ลองนึกภาพข้อเข่าเหมือนห้องปิดที่มีน้ำหล่อลื่นอยู่ด้านใน เมื่อมีการอักเสบหรือการสึกหรอเกิดขึ้น ร่างกายจะสร้างน้ำเพิ่มเพื่อดับการอักเสบ น้ำส่วนเกินนั้นก็จะดันออกผ่านรอยต่อที่หลวมด้านหลังข้อ แล้วกลายเป็นถุงน้ำที่เราเห็นเป็นก้อน

ชื่อ "Baker" มาจากแพทย์ชาวอังกฤษชื่อ William Morrant Baker ที่อธิบายโรคนี้ครั้งแรกเมื่อกว่า 150 ปีที่แล้ว


ทำไมถึงเกิดถุงน้ำหลังเข่า?

สาเหตุหลักคือ มีน้ำในข้อเข่าเกินปกติ ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

  • ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) — พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป กระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอ ทำให้ข้อเกิดการอักเสบเรื้อรัง
  • เยื่อบุข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) — โรคภูมิคุ้มกันทำร้ายข้อ ทำให้มีน้ำในข้อตลอดเวลา
  • หมอนรองข้อเข่าฉีกขาด (Meniscus Tear) — พบบ่อยในนักกีฬาหรือผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บที่เข่า
  • เอ็นในข้อเข่าบาดเจ็บ — เช่น เอ็นไขว้หรือเอ็นด้านข้างที่เคยฉีก
  • ข้ออักเสบติดเชื้อหรือข้ออักเสบจากโรคอื่น — เช่น เก๊าท์ หรือ pseudogout

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Baker's Cyst ไม่ได้เป็นสาเหตุหลัก แต่เป็นผลลัพธ์ ของปัญหาในข้อเข่า การรักษาที่ถูกต้องจึงต้องรักษาสาเหตุในข้อก่อน ไม่ใช่แค่ยุบถุงน้ำจากภายนอก


อาการที่พบบ่อย

ก้อนหลังเข่าที่เกิดจาก Baker's Cyst มีลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ดังนี้

  • เห็น ก้อนนุ่มๆ หลังเข่า ขนาดตั้งแต่เม็ดองุ่นจนถึงลูกกอล์ฟ
  • รู้สึก ตึงหรือแน่นหลังเข่า โดยเฉพาะตอนเหยียดขาเต็มที่หรืองอเข่ามาก
  • บางคนมี ปวดหลังเข่า เวลาเดินนานหรือขึ้น-ลงบันได
  • ก้อน โตขึ้นเมื่อมีกิจกรรมมาก และ ยุบลงเมื่อพัก
  • ในรายที่ถุงน้ำแตก อาจรู้สึกปวดน่องเฉียบพลัน บวมแดง คล้ายเส้นเลือดดำอักเสบ ซึ่งต้องรีบแยกโรคทันที

น่าสังเกตว่าหลายคนมีถุงน้ำขนาดเล็กโดยไม่รู้ตัว ไม่มีอาการใดเลย แล้วบังเอิญพบตอน ultrasound ตรวจร่างกาย


ใครเสี่ยงเป็นมากกว่าคนอื่น?

  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะเสี่ยงต่อข้อเสื่อมมากกว่า
  • ผู้ที่น้ำหนักตัวมาก เนื่องจากข้อเข่ารับน้ำหนักมากกว่าปกติ
  • นักกีฬาหรือผู้ที่ใช้เข่าหนัก เช่น คนงาน ช่างก่อสร้าง เกษตรกรที่นั่งยองบ่อย
  • ผู้ที่มีโรคข้ออักเสบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูมาตอยด์ เก๊าท์ หรือ lupus
  • ผู้ที่เคยบาดเจ็บที่เข่า โดยเฉพาะหมอนรองข้อเข่าฉีก

หมอจะวินิจฉัยยังไง?

การวินิจฉัยเริ่มจากการ ตรวจร่างกาย อย่างละเอียด แพทย์จะคลำก้อน ดูตำแหน่ง ลักษณะ ความนุ่มแข็ง และตรวจเข่าทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุ

Ultrasound ข้อเข่า เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการวินิจฉัย Baker's Cyst เพราะมองเห็นถุงน้ำได้ชัดเจน เห็นขนาด ตำแหน่ง และบอกได้ว่าเป็นน้ำล้วนหรือมีเนื้อเยื่ออื่นปนอยู่ด้วย สามารถทำได้ทันทีในห้องตรวจ ไม่เจ็บ และให้ผลเร็ว

MRI จะสั่งทำในกรณีที่ต้องการดูรายละเอียดภายในข้อเข่าอย่างครบถ้วน เช่น สงสัยหมอนรองข้อฉีก เอ็นไขว้บาดเจ็บ หรือกระดูกอ่อนเสียหาย

เอกซเรย์ ช่วยประเมินระดับการเสื่อมของข้อ ว่ากระดูกอ่อนบางลงแค่ไหน

เจาะเลือด อาจสั่งเมื่อสงสัยโรครูมาตอยด์ เก๊าท์ หรือการติดเชื้อ


รักษาได้อย่างไรบ้าง?

ข่าวดีคือ Baker's Cyst ส่วนใหญ่ รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หัวใจของการรักษาคือการจัดการ สาเหตุในข้อเข่า ไม่ใช่แค่ยุบถุงน้ำจากภายนอก

1. ปรับพฤติกรรมและลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักแม้เพียง 5–10% ช่วยลดแรงกดที่ข้อเข่าได้อย่างมีนัยสำคัญ หลีกเลี่ยงการนั่งยอง การขึ้นลงบันไดบ่อยๆ และการยืนนานในช่วงที่มีการอักเสบ

2. กายภาพบำบัด เป้าหมายคือเสริมกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าให้แข็งแรง ลดแรงกดที่ผิวข้อ และลดการอักเสบ โดยเฉพาะการฝึกกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (quadriceps) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่พยุงข้อเข่า

3. ยาต้านการอักเสบ ยากลุ่ม NSAIDs ช่วยลดการอักเสบและลดการสร้างน้ำในข้อ ใช้ในระยะสั้นภายใต้การดูแลของแพทย์

4. การฉีดยาภายใต้ ultrasound (Ultrasound-guided Injection) นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับผู้ป่วยหลายราย โดยแพทย์จะใช้เครื่อง ultrasound นำทางเข็มเข้าไปในข้อเข่าอย่างแม่นยำ จากนั้น ดูดน้ำในข้อออก แล้ว ฉีดยาสเตียรอยด์หรือ PRP (เกล็ดเลือดเข้มข้น) เข้าไปในข้อโดยตรง

ข้อดีของการใช้ ultrasound นำทางคือ แม่นยำมาก เจ็บน้อย ลดความเสี่ยงจากการฉีดผิดตำแหน่ง และให้ผลที่ดีกว่าการฉีดแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน เมื่อลดการอักเสบในข้อได้ ถุงน้ำหลังเข่าจะยุบลงตามมาเอง

5. การผ่าตัด สงวนไว้สำหรับกรณีที่สาเหตุในข้อจำเป็นต้องผ่าตัด เช่น หมอนรองข้อเข่าฉีกขาดรุนแรง หรือผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลหลังจาก 6–12 เดือน โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ผ่าตัดเอาถุงน้ำออกเพียงอย่างเดียว เพราะถุงน้ำมักกลับมาอีกหากสาเหตุในข้อยังไม่ได้รับการแก้ไข


เป็นแล้วหายไหม?

ถ้ารักษาสาเหตุในข้อเข่าได้อย่างถูกต้อง Baker's Cyst มักยุบลงเองใน 4–8 สัปดาห์ และอาการดีขึ้นมาก

อย่างไรก็ตาม ถ้าข้อเข่าเสื่อมในระดับที่ก้าวหน้า ถุงน้ำอาจกลับมาได้เป็นระยะ การดูแลข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง เช่น ควบคุมน้ำหนัก บริหารกล้ามเนื้อ และติดตามกับแพทย์สม่ำเสมอ ช่วยลดโอกาสกลับมาได้มาก

ในเด็กที่เป็น Baker's Cyst ส่วนใหญ่หายเองได้โดยไม่ต้องรักษา เพราะสาเหตุในเด็กมักไม่ใช่ข้อเสื่อม


อันตรายไหม ถ้าปล่อยทิ้งไว้?

Baker's Cyst เองไม่ใช่โรคร้าย แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่น่าเป็นห่วงได้

  • ถุงน้ำแตก: น้ำไหลลงสู่น่อง ทำให้ปวดน่องเฉียบพลัน บวม แดง ร้อน คล้ายกล้ามเนื้ออักเสบหรือเส้นเลือดดำอุดตัน ต้องรีบพบแพทย์เพื่อแยกโรค
  • กดทับเส้นประสาทหรือหลอดเลือด: ในรายที่ก้อนโตมาก อาจกดทับทำให้ชาหรือบวมที่ขาส่วนล่างได้
  • สัญญาณเตือนของโรคที่รุนแรงขึ้น: การที่ถุงน้ำโตขึ้นเรื่อยๆ อาจบ่งบอกว่าข้อเข่าอักเสบมากขึ้น ซึ่งหมายถึงความเสียหายในข้อกำลังสะสม

ป้องกันได้ไหม?

ป้องกันการเกิดซ้ำและชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้ด้วย 5 วิธีนี้

  • ควบคุมน้ำหนัก — ทุก 1 กก. ที่ลดลง ลดแรงกดที่ข้อเข่าได้ถึง 4 กก.
  • บริหารกล้ามเนื้อต้นขาสม่ำเสมอ — โดยเฉพาะท่า leg raise นั่งยกขา ไม่ต้องใช้เครื่องออกกำลังกายก็ทำได้
  • หลีกเลี่ยงการนั่งยองหรือคุกเข่านานๆ — ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้ที่รองเข่า
  • ใส่รองเท้าที่รองรับแรงกระแทก — โดยเฉพาะรองเท้าที่มีพื้นนิ่มหรือมี arch support ที่ดี
  • พักเมื่อเริ่มรู้สึกปวดเข่า — อย่าฝืนจนอักเสบมาก เพราะการอักเสบซ้ำๆ เร่งให้เสื่อมเร็วขึ้น

คำถามที่คนถามบ่อย

Q: ก้อนหลังเข่าต้องผ่าตัดไหม? A: ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด การรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด และการฉีดยาโดย ultrasound ให้ผลดีในคนไข้ส่วนใหญ่ การผ่าตัดสงวนไว้เฉพาะกรณีที่จำเป็นจริงๆ

Q: ดูดน้ำออกจากถุงน้ำได้ไหม? A: สามารถดูดน้ำออกได้ แต่ถ้าดูดออกเฉยๆ โดยไม่รักษาสาเหตุในข้อ ถุงน้ำมักกลับมาเร็ว การรักษาที่ถูกต้องคือดูดน้ำออกพร้อมกับรักษาสาเหตุร่วมด้วย

Q: Baker's Cyst เป็นเนื้องอกไหม? A: ไม่ใช่ Baker's Cyst ไม่ใช่เนื้องอกและไม่ใช่มะเร็ง เป็นเพียงน้ำจากข้อที่ไหลออกมาสะสมเท่านั้น แต่ควรตรวจให้ชัดเจนว่าก้อนหลังเข่าเป็นอะไรแน่

Q: ถุงน้ำหลังเข่าแตก อันตรายไหม? A: ถุงน้ำแตกเองไม่ค่อยอันตราย แต่น้ำที่ไหลลงน่องทำให้ปวดและบวมมาก อาการคล้ายหลอดเลือดดำอุดตัน ควรพบแพทย์เพื่อแยกโรคทันที

Q: ออกกำลังกายได้ไหมถ้ามีถุงน้ำหลังเข่า? A: ได้ แต่ต้องเลือกออกกำลังกายที่ไม่กระแทกข้อเข่า เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินบนพื้นเรียบ หลีกเลี่ยงการวิ่งหรือกระโดดในช่วงที่มีการอักเสบ


สรุป 5 สิ่งที่ควรจำ

  • Baker's Cyst คือถุงน้ำที่เกิดจากน้ำในข้อเข่าไหลออกมาด้านหลัง ไม่ใช่เนื้องอก
  • สาเหตุส่วนใหญ่คือข้อเข่าเสื่อมหรืออักเสบ ต้องรักษาสาเหตุในข้อก่อน
  • Ultrasound เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการวินิจฉัยและรักษา
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด รักษาได้ด้วยยาและการฉีดยาเฉพาะจุด
  • การควบคุมน้ำหนักและบริหารกล้ามเนื้อช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้มาก

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

"เราเชื่อว่า 'ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ' หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"


References 


  • Acebes JC, Sanchez-Pernaute O, Diaz-Oca A, Herrero-Beaumont G. Ultrasonographic assessment of Baker's cysts after intra-articular corticosteroid injection in knee osteoarthritis. J Clin Ultrasound. 2006;34(3):113–117. doi:10.1002/jcu.20196 → ใช้อ้างอิงประสิทธิภาพ ultrasound-guided injection ในการรักษา Baker's cyst จากข้อเข่าเสื่อม
  • Herman AM, Marzo JM. Popliteal cysts: a current review. Orthopedics. 2014;37(8):e678–684. doi:10.3928/01477447-20140728-52 → ใช้อ้างอิงสาเหตุ อาการ และแนวทางรักษา Baker's cyst ทั่วไป
  • Fritschy D, Fasel J, Imbert JC, Bianchi S, Verdonk R, Wirth CJ. The popliteal cyst. Knee Surg Sports Traumatol Arthrosc.2006;14(7):623–628. doi:10.1007/s00167-005-0028-z → ใช้อ้างอิงกลไกการเกิด Baker's cyst และความสัมพันธ์กับพยาธิสภาพในข้อเข่า
  • Di Sante L, Paoloni M, Ioppolo F, et al. Ultrasound-guided aspiration and corticosteroid injection of Baker's cysts in knee osteoarthritis: a prospective observational study. Am J Phys Med Rehabil. 2010;89(12):970–975. doi:10.1097/PHM.0b013e3181fc7511 → ใช้อ้างอิงผลของการดูดน้ำร่วมกับฉีดยา corticosteroid ใน Baker's cyst
  • Sansone V, De Ponti A, Paluello GM, Del Maschio A. Popliteal cysts and associated disorders of the knee. Critical review with MR imaging. Int Orthop. 1995;19(5):275–279. doi:10.1007/BF00181107 → ใช้อ้างอิงความสัมพันธ์ระหว่าง Baker's cyst กับพยาธิสภาพในข้อ เช่น meniscal tear
  • ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น